พินัยกรรม คือ

ทำไมคนที่ยังมีชีวิตอยู่จึงควรทำพินัยกรรม

  • การข้อโต้แย้งหรือแย่งชิงทรัพย์สินกันระหว่างทายาท
  • ทรัพย์สินตกไปอยู่ในมือบุคคลที่ผู้ตายไม่ประสงค์ให้ได้รับ
  • การแบ่งทรัพย์มรดกที่ไม่เป็นธรรม หรือไม่ตรงตามความตั้งใจของผู้ตาย
  • เกิดข้อพิพาทเป็นคดีความมรดกยืดเยื้อกันอยู่ในชั้นศาล สร้างภาระทั้งด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว

คุณสมบัติในการทำพินัยกรรม 

ผู้ทำพินัยกรรม (เจ้าของมรดก) ถือเป็นสาระสำคัญที่สุดที่มองข้ามไม่ได้ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับเกณฑ์อายุและสติสัมปชัญญะของเจ้าของทรัพย์ขณะทำพินัยกรรมไว้สองประการหลัก ดังนี้ 

1. เกณฑ์อายุ: ผู้ทำพินันกรรมต้องมีอายุเกิน 15 ปีบริบูรณ์ ( ป.พ.พ. มาตรา 1703) นั่นหมายความว่า เจ้าของทรัพย์สินจะต้องมีอายุ 15 ปีบริบูรณ์บวกอีก 1 วันขึ้นไป ในวันที่ลงมือทำพินัยกรรม หากทำขึ้นก่อนหน้านั้น แม้จะได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง พินัยกรรมฉบับนั้นก็จะตกเป็น โมฆะ (ไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายตั้งแต่แรก) ทันที

2. สติสัมปชัญญะ: ต้องไม่เป็นบ้า หรือบุคคลไร้ความสามารถ ( ป.พ.พ. มาตรา 1704) ในขณะที่ทำพินัยกรรม เจ้าของทรัพย์สินจะต้องมีสติสัมปชัญญะที่ครบถ้วนสมบูรณ์ โดยกฎหมายมีข้อห้ามสำคัญ 2 กรณี

  • ต้องไม่เป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ: หากศาลมีคำสั่งให้บุคคลใดเป็นคนไร้ความสามารถ (เนื่องจากวิกลจริต) บุคคลนั้นจะไม่สามารถทำพินัยกรรมได้เลย หากทำขึ้นพินัยกรรมจะเป็น โมฆะ
  • ขณะทำต้องไม่เป็นคนบ้า (วิกลจริต) ที่ศาลยังไม่ได้สั่ง: ในกรณีที่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ แต่ใน “ขณะลงมือทำพินัยกรรม” บุคคลนั้นมีอาการจริตวิกล หรือขาดสติสัมปชัญญะ ไม่สามารถรับรู้ผิดชอบได้ พินัยกรรมนั้นจะตกเป็นโมฆะเช่นกัน

พินัยกรรมสามารถทำได้ทั้งหมด 5 แบบ

  1. พินัยกรรมแบบธรรมดา (ป.พ.พ. มาตรา 1656) เป็นแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด โดยหลักแล้วจะต้องมีพยาน 2 คน  อยู่พร้อมกัน และลงลายมือชื่อเป็นพยานต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม
  2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ (ป.พ.พ. มาตรา 1657) เป็นการเขียนข้อความด้วยลายมือของผู้ทำพินัยกรรมเองทั้งฉบับ (ไม่จำเป็นต้องมีพยาน 2 คน) 
  3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง (ป.พ.พ. มาตรา 1658) เป็นการแสดงเจตนาต่อ เจ้าพนักงาน เช่น นายอำเภอ ซึ่งวิธีการนี้ต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน และจะมีเจ้าพนักงานบันทึกข้อความในพินัยกรรมให้ และพินัยกรรมจะต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คน วิธีการนี้ตามกฎหมายมีความน่าเชื่อถือสูง และโอกาสในการถูกโต้แย้งเรื่องความไม่ชอบพินัยกรรมมีน้อย
  4. พินัยกรรมแบบลับ ( ป.พ.พ. มาตรา 1660) เป็นการจัดทำเอกสารพินัยกรรมเองหรือให้ผู้อื่นจัดทำ แล้วปิดผนึกเอกสาร  แสดงต่อเจ้าพนักงานและพยาน 2 คน ว่าเป็นพินัยกรรมของตน เนื้อหาถูกปกปิด 
  5. พินัยกรรมแบบวาจา (ป.พ.พ. มาตรา 1663) จะใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น อยู่ในภาวะอันตรายใกล้ตาย อยู่ในเรือที่เดินทะเล อยู่ในเขตสงคราม เวลามีโรคระบาด เป็นต้น ผู้ทำพินัยกรรมสามารถพูดเอ่ยต่อหน้าพยาน 2 คน ได้ถือว่าใช้ได้ หลังจากนั้นพยานทั้ง 2 ต้องรีบนำข้อความไปแจ้งอำเภอให้เร็วที่สุด

หลักการเขียนพินัยกรรมตามกฎหมาย

ในการร่างพินัยกรรม มีกฎหมายอ้างอิง ดังต่อไปนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 “พินัยกรรมนั้น จะทำตามแบบดังนี้ก็ได้ กล่าวคือต้องทำเป็นหนังสือลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำขึ้น และผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ซึ่งพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น

            การขูดลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่จะได้ปฏิบัติตามแบบอย่างเดียวกับการทำพินัยกรรมตามมาตรานี้”

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1671 “เมื่อบุคคลใดนอกจากผู้ทำพินัยกรรมเป็นผู้เขียนข้อความแห่งพินัยกรรม บุคคลนั้นต้องลงลายมือชื่อของตนทั้งระบุว่าเป็นผู้เขียน

            ถ้าบุคคลนั้นเป็นพยานด้วย ให้เขียนข้อความระบุว่าตนเป็นพยานไว้ต่อท้ายลายมือชื่อของตนเช่นเดียวกับพยานอื่น ๆ “

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1654 “ความสามารถของผู้ทำพินัยกรรมนั้นให้พิจารณาแต่ในเวลาที่ทำพินัยกรรมเท่านั้น

            ความสามารถของผู้รับพินัยกรรมนั้น ให้พิจารณาแต่ในเวลาที่ผู้ทำพินัยกรรมตายเท่านั้น”

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1704   “พินัยกรรมซึ่งบุคคลผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้นเป็นโมฆะ

            พินัยกรรมซึ่งบุคคลผู้ถูกอ้างว่าเป็นคนวิกลจริต แต่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้น จะเป็นอันเสียเปล่าก็แต่เมื่อพิสูจน์ได้ว่าในเวลาที่ทำพินัยกรรมนั้นผู้ทำจริตวิกลอยู่”  

เนื่องจากกฎหมายกำหนดรูปแบบการเขียนพินัยกรรมไว้ ชัดเจน ถ้าเขียนไม่ถูกต้องจะทำให้พินัยกรรมนั้นเป็นผลโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา 1705) เพื่อให้ถูกต้อง และมีผลบังคับตามกฎหมายได้จริง ผู้ทำพินัยกรรมจึงนิยมว่าจ้างให้ทนายความดำเนินการร่างพินัยกรรมให้ โดยมีองค์ประกอบการเขียนพินัยกรรมดังนี้

  1. พินัยกรรมต้องทำเป็นหนังสือ
  2. ให้ระบุว่าพินัยกรรมที่ทำขึ้นนั้นเป็นพินัยกรรมของใคร 
  3. ระบุสถานที่ทำพินัยกรรม
  4. ระบุ วัน เดือน ปี ขณะทำพินัยกรรม
  5. ระบุว่าขณะที่ผู้ทำพินัยกรรมได้ทำพินัยกรรมขึ้นในขณะที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ด้วยความสมัครใจ ข้อความในพินัยกรรมตรงตามเจตนาที่แท้จริง
  6. ให้ระบุชื่อผู้รับพินัยกรรม เป็นชื่อบุคคล หรือนิติบุคคล ที่เป็นผู้รับพินัยกรรมว่าเป็นใครไปเลย
  7. ผู้ทำพินัยกรรมจะพิมพ์นิ้วมือก็ได้ และต้องมีพยานลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วย 2 คน (ป.พ.พ. มาตรา 1665) เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรมแบบทำเองทั้งฉบับจะพิมพ์นิ้วมือไม่ได้ต้องเซ็นชื่อเท่านั้น (ป.พ.พ. 1657 วรรคท้าย) 
  8. ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงชื่อต่อหน้าพยาน 2 คน และพยาน 2 คนก็ต้องลงชื่อต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม เช่นกัน และพยานต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    1. พยานต้องไม่เป็นผู้รับพินัยกรรม และ/หรือ คู่สมรสของผู้รับพินัยกรรม (ป.พ.พ. มาตรา 1653)
    2. พยานจะพิมพ์ลายนิ้วไม่ได้ จะต้องเซ็นชื่อเป็นพยานอย่างเดียว (ป.พ.พ. มาตรา 1666)
    3. พยานต้องบรรลุนิติภาวะ (ป.พ.พ. มาตรา 1670)
    4. พยานต้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริต /เสมือนไร้ความสามารถ (ป.พ.พ. มาตรา 1670)
    5. พยานต้องไม่หูหนวก เป็นใบ้ ตาบอด 2 ข้าง (ป.พ.พ. มาตรา 1670)
  9. ผู้ทำพินัยกรรมจะระบุทรัพย์สินยกทรัพย์สินให้บุคคลอื่นได้เฉพาะทรัพย์สินของตนเท่านั้น จะทำพินัยกรรมยกสินสมรสที่ยังไม่ได้แบ่งให้กับบุคคลอื่นไม่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1481) 
  10. หากมีการขูด ลบ ตก เติม หรือแก้ไข เปลี่ยนแปลง ต้องเซ็นกำกับไว้ด้วย 
  11. บุคคลอื่นผู้เขียนพินัยกรรมให้ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงชื่อผู้เขียน และถ้าเป็นพยานด้วยก็ให้ต่อท้ายเป็นพยานด้วย โดยเขียนว่า  ผู้เขียน/พยาน”  (ป.พ.พ. มาตรา 1671)
  12. แนะนำเพิ่มเติม ในการทำพินัยกรรมทุกครั้ง ควรทำการถ่ายภาพและอัดวีดิโอไว้ทุกครั้ง เพื่อตัดข้อกังขาเรื่องการทำพินัยปลอม พินัยกรรมไม่ถูกต้องต้อง

ตัวอย่างการเขียนพินัยกรรม

พินัยกรรม

ช่วยกันแชร์บทความนี้ด้วยนะคะ
Avatar photo
นพภัสสร ทนายอุ่นใจ

ทนายความ ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *