โทร 0968929197 หรือ line : @514ufapj
เหตุในการฟ้องหย่า

สถาบันครอบครัว คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของสังคม หากครอบครัวเข้มแข็ง สถาบันอื่นๆ ในสังคมย่อมเติบโตอย่างมั่นคงตามไปด้วย ในทางกฎหมาย การที่บุคคลสองคนตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในรูปแบบ “คู่สมรส” ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของความรู้สึก แต่ยังหมายถึง สิทธิและหน้าที่ ที่ตามอีกด้วย
เมื่อชีวิตคู่ถึงทางตัน การหย่าร้างในมุมมองของกฎหมาย
เมื่อความอดทนในการประคองชีวิตคู่ เผชิญกับบททดสอบมากมาย จนบางครั้งนำไปสู่ความขัดแย้งและการเลิกรากัน กฎหมายไทยไม่ได้มองว่าการหย่าร้างเป็นเพียงการสิ้นสุดความสัมพันธ์ แต่เป็นกลไกในการ คุ้มครองสิทธิ ของฝ่ายที่ถูกกระทำ ในการที่เขาจะใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย รวมไปถึงการว่าจ้างทนายความฟ้องคดี เพื่อเรียกร้อง ค่าทดแทน (สินไหมทดแทน) ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างคู่สมรส ค่าเลี้ยงชีพ สินสมรส และสิทธิเกี่ยวกับบุตร
หากคู่สมรสไม่สามารถตกลงแยกทางกันได้โดยสมัครใจ การฟ้องหย่าจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไข เหตุฟ้องหย่า 10 ประการ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 เท่านั้น เช่น การอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี (ชู้สาว), การทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ หรือการสมัครใจแยกกันอยู่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น
หลังจากการหย่าโดยคำพิพากษาของศาลแล้ว ไม่ได้ทำให้เพียงหน้าที่ของคนสองคนขาดจากกันทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงเรื่องสำคัญ ถึงเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย
การแบ่งสินสมรส การจัดการทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสมรส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย
ค่าทดแทน (ค่าสินไหมทดแทน) หากการหย่าเกิดจากการที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำผิดหน้าที่คู่สมรส หรือมีพฤติการณ์เป็นปรปักษ์ต่อชีวิตคู่ ฝ่ายที่เสียหายมีสิทธิเรียกร้องค่าทดแทนได้ และกฎหมายยังให้สิทธิในการการเรียกร้องค่าทดแทนจากบุคคลที่สามที่เป็นต้นเหตุให้ชีวิตคู่พังทลาย (เช่น ชู้หรือคนสนิทที่มีพฤติกรรมในเชิงชู้สาว) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523
เจาะลึก 10 เหตุฟ้องหย่า ตามมาตรา 1516
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 “ เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้
(1) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส เป็นชู้หรือมีชู้ ร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ หรือกระทำกับผู้อื่นหรือยอมรับการกระทำของผู้อื่นเพื่อสนองความใคร่ของตนหรือผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(2) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง
(ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
(ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นคู่สมรสของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ
(ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสมาคำนึงประกอบ
อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(3) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาท หรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/1) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปี ในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นคู่สมรสกันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหาย หรือเดือดร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/2) คู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(5) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(6) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสมาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(7) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(8) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(9) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(10) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสภาพแห่งกายทำให้ไม่อาจร่วมประเวณี หรือไม่อาจกระทำการหรือยอมรับการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของอีกฝ่ายได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ ”
อธิบายเพิ่มเติม เหตุตาม มาตรา 1516 ได้ดังนี้
1. การล่วงเกินในทางชู้สาว (มาตรา 1516 (1)
- หลักเกณฑ์: คู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้
- รายละเอียด: ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นอยู่กินเปิดเผย แค่มีการแสดงออกให้คนทั่วไปเข้าใจว่ามีความสัมพันธ์พิเศษ หรือแอบไปมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้อื่นก็เพียงพอ
- ตัวอย่าง: สามีพากิ๊กไปออกงานสังคม หรือภริยาแอบไปนอนโรงแรมกับชายอื่นแล้วมีหลักฐานการเข้าพักหรือแชทสารภาพรัก
2. ประพฤติชั่ว (มาตรา 1516 (2))
- หลักเกณฑ์: อีกฝ่ายประพฤติชั่ว ซึ่งคำว่า “ประพฤติชั่ว” นั้นหมายถึง ความประพฤติปฏิบัติที่ฝ่าฝืนศีลธรรม หรือจารีตประเพณี ซึ่งวิญญูชน คนทั่วไปรู้สึกได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยไม่ได้คำนึงว่าเรื่องนั้นจะมีความผิดทางอาญาหรือไม่ อันทำให้อีกฝ่าย ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือ ได้รับความดูถูกเกลียดชัง หรือ ได้รับความเสียหาย หรือเดือดร้อนเกินควร
- ตัวอย่าง: สามีติดการพนันจนบ้านถูกยึด, ภริยาค้ายาเสพติด, หรือคู่สมรสทำอาชีพผิดกฎหมายร้ายแรง
3. ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ / หมิ่นประมาทบุพการี (มาตรา 1516 (3))
- หลักเกณฑ์: ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจของอีกฝ่าย หรือหมิ่นประมาทเหยียดหยามอีกฝ่ายหรือบุพการีของอีกฝ่ายอย่างร้ายแรง (หากเป็นการกระทำดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องน้อย ไม่เป็นการร้ายแรง ไม่ถือเป็นเหตุในการฟ้องหย่าได้)
- ตัวอย่าง: สามีตบตีภริยาจนบาดเจ็บ, ภริยาด่าทอพ่อแม่ของสามีด้วยคำหยาบคายรุนแรงต่อหน้าสาธารณชน
4. ทอดทิ้งร้างเกิน 1 ปี (มาตรา 1516 (4))
- หลักเกณฑ์: ฝ่ายหนึ่งจงใจทอดทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกิน 1 ปี
- ตัวอย่าง: สามีหนีออกจากบ้านไปอยู่กับที่อื่นโดยไม่ติดต่อกลับมาและไม่ส่งเสียเลี้ยงดูเลยเป็นเวลาเกิน 1 ปี
5. ฝ่ายหนึ่งต้องจำคุก (มาตรา 1516 (4/1))
- หลักเกณฑ์: อีกฝ่ายต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้จำคุกเกิน 1 ปี โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้มีส่วนในการกระทำผิดนั้น
- ตัวอย่าง: ภริยาถูกศาลสั่งจำคุกคดีฉ้อโกงเป็นเวลา 3 ปี และจำคุกไปแล้วเกิน 1 ปี สามีสามารถฟ้องหย่าได้
6. สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี (มาตรา 1516 (4/2))
- หลักเกณฑ์: สมัครใจแยกกันอยู่เพราะไม่อาจอยู่ร่วมกันได้โดยปกติสุข หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเกิน 3 ปี
- ตัวอย่าง: ตกลงกันแยกบ้านกันอยู่คนละจังหวัดเพื่อตัดความรำคาญ โดยไม่มีการติดต่อฉันสามีภริยาเลยเกิน 3 ปี
7. เป็นคนสาบสูญเกิน 3 ปี (มาตรา 1516 (5))
- หลักเกณฑ์: อีกฝ่ายถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาโดยไม่มีใครรู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรเกิน 3 ปี
- ตัวอย่าง: สามีหายไปในเหตุการณ์ภัยธรรมชาติหรือหายสาบสูญไปเฉยๆ โดยติดต่อไม่ได้เลยเกิน 3 ปี
8. ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดู (มาตรา 1516 (6))
- หลักเกณฑ์: ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง
- ตัวอย่าง: สามีมีรายได้แต่ไม่เคยจ่ายค่ากับข้าว ค่าเทอมลูก หรือค่าใช้จ่ายในบ้านเลย ปล่อยให้ภริยารับภาระฝ่ายเดียวจนเดือดร้อน
9. วิกลจริตที่แก้ไม่หายเกิน 3 ปี (มาตรา 1516 (7))
- หลักเกณฑ์: อีกฝ่ายวิกลจริตตลอดมาเกิน 3 ปี และความวิกลจริตนั้นยากจะเยียวยา และการอยู่ร่วมกันจะก่อให้เกิดอันตรายหรือเดือดร้อนเกินควร
- ตัวอย่าง: ภริยามีอาการทางจิตเวชรุนแรง คุ้มคลั่งทำร้ายคนในบ้าน รักษามา 4 ปีแล้วอาการไม่ดีขึ้น
เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ต้องระวัง:
- โรคติดต่อร้ายแรง (1516 (9)): หากอีกฝ่ายเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายแก่อีกฝ่าย และเป็นโรคเรื้อรังที่แก้ไม่หาย ก็เป็นเหตุฟ้องหย่าได้
- สภาพร่างกายไม่อาจร่วมประเวณีได้ (1516 (10)): หากอีกฝ่ายมีสภาพร่างกายจนไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล (ต้องไม่ใช่เพราะอายุมาก) ก็ฟ้องหย่าได้
10. ผิดทัณฑ์บนที่ทำไว้เป็นหนังสือ (มาตรา 1516 (8))
- หลักเกณฑ์: ฝ่ายหนึ่งทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือ ว่าจะไม่ประพฤติชั่วอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่แล้วกลับฝ่าฝืนทัณฑ์บนนั้น (หมายเหตุ ทัณฑ์บนที่ว่าจะต้องทำเป็นหนังสือเท่านั้น ไม่ใช่เพียงการเจรจาด้วยปากเปล่า ทั้งในกรณีที่ศาลเห็นว่าเป็นเหตุเล็กน้อย ไม่สำคัญเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันของคู่สมรสโดยปกติ ศาลจะไม่พิพากษาให้หย่าขาดจากกันก็ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1517 วรรค 3 )
- ตัวอย่าง: สามีเคยทำหนังสือสัญญาไว้ว่า “จะไม่ดื่มเหล้าและทำร้ายร่างกายภริยาอีก” แต่ต่อมากลับดื่มเหล้าและลงมือทำร้ายภริยาตามเดิม
หลักฐานที่ใช้ในการฟ้องหย่า
การฟ้องหย่าต้องมี พยานหลักฐาน ที่ชัดเจนในแต่ละเหตุ (เช่น เหตุในการฟ้องหย่าเนื่องจากมีพฤติกรรมมีชู้ ตาม มาตรา 1516 (1) หลักฐานที่ใช้ จะเป็น รูปถ่าย, บันทึกประจำวัน, พยานบุคคล, หลักฐานทางการเงินมีการโอนเงินให้กัน หรือมีหลักฐานการเปิดห้องพักโรงแรม แชทการสนทนา อีเมล เป็นต้น )
ที่สำคัญ หากสาเหตุในการฟ้องหย่าเกิดจากบุคคลที่มาเป็นชู้ คู่สมรสอีกฝ่าย ยังสามารถเรียกค่าทดแทนจากบุคคลนั้นได้อีกด้วย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523




