<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กฎหมาย &#8211; นพภัสสร ทนายอุ่นใจ</title>
	<atom:link href="https://tanyaounjai.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://tanyaounjai.com</link>
	<description>ที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร</description>
	<lastBuildDate>Wed, 20 May 2026 02:45:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/โลโก้สำนักงาน-512-x-512-px-150x150.png</url>
	<title>กฎหมาย &#8211; นพภัสสร ทนายอุ่นใจ</title>
	<link>https://tanyaounjai.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เป็นผู้เช่าซื้อรถ มีสิทธิ์ฟ้องคดียักยอกได้หรือไม่ ?</title>
		<link>https://tanyaounjai.com/misapplied/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นพภัสสร ทนายอุ่นใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2026 12:21:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[คดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://tanyaounjai.com/?p=919</guid>

					<description><![CDATA[เชื่อใจญาติ ให้ชื่อซื้อรถแทนสุดท้ายหายเงียบ หรือ ขายดาว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-0ec2d29f175050a53bf0679674824c92 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">เชื่อใจญาติ ให้ชื่อซื้อรถแทนสุดท้ายหายเงียบ หรือ ขายดาวน์ปากเปล่าแต่คนซื้อไม่ผ่อนต่อ แถมเอารถไปแยกอะไหล่ขาย ผู้เช่าซื้อยังต้องรับผิดชอบชำระหนี้ให้ไฟแนนซ์ ทั้งที่รถไม่ได้ใช้ แบบนี้ผู้เช่าซื้อเมื่อรู้ ก็ควรที่จะรีบปรึกษาทนายความทันที ไม่ควรรอเวลา เพราะรถอยาจถูกส่งไปตลาดมืด หรือถูกส่งออกข้ามประเทศ หรือถูกชำแหละจนเหลือแต่ซาก เพราะคุณรู้เร็ว ปรึกษาทนายเร็ว อาจจะทำให้คุณแก้ปัญหาได้ทันเวลาและได้รถกลับคืนมาก็ได้&nbsp;</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-4f633393fe6cdafeb5b61ae63eb6ba57 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>เช่าซื้อรถ ยังไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ตามกฎหมายก็จริง </strong>แต่ผู้เช่าซื้อถือเป็น &#8220;ผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย&#8221; <strong>&nbsp;</strong>และมีหน้าที่ต้องผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้กับบริษัทไฟแนนซ์&nbsp; จึงสามารถฟ้องคดียักยอกได้หากมีคนมายักยอกรถไป ผู้เช่าซื้อจึงได้รับความเสียหายโดยตรง</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size">เตรียมหลักฐานอะไรบ้างเพื่อพิสูจน์ “เจตนาทุจริต”</h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-0a39c42b61f83069453042bb455b94f1 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ก่อนฟ้องดำเนินคดีแนะนำว่าให้นำหลักฐานเท่าที่คุณมีเข้าพบทนายความก่อน เพื่อให้ทนายความช่วยตรวจสอบว่าพยานหลักฐานที่คุณมี เพียงพอที่จะฟ้องหรือไม่ หรือต้องสืบหาอะไรเพิ่มเติม</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-12a5cd3487d2545d3754884f456c44d7 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">การจะพิสูจน์ว่าคู่กรณีกระทำความผิดฐานยักยอก ซึ่งเป็นคดีอาญา ไม่ใช่การผิดสัญญาทางแพ่ง คุณจำเป็นต้องมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึง <strong>&#8220;เจตนาทุจริต&#8221;</strong> หรือเจตนาที่จะเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โดยแหล่งข้อมูลระบุว่าควรเตรียมหลักฐานดังต่อไปนี้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-e3f04c11577c6e17d3ea063fa5f0ecae wp-block-paragraph" style="color:#173364"><strong>หลักฐานของผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย </strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-c43042a6d36190350d625f89b1b78bb1">
<li>ควรมีสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ</li>



<li>สัญญาเช่าซื้อ</li>



<li>หลักฐานการผ่อนชำระต่างๆ เพื่อแสดงสถานะความเป็นผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หลักฐานการกระทำที่ส่อเจตนาทุจริต</strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-862e5eda2c549da66882dcddd5dbb012">
<li>หลักฐานว่าจำเลยนำรถไป ขายต่อ หรือ จำนำ โดยไม่มีสิทธิ์</li>



<li>หลักฐานการ แยกชิ้นส่วนรถ หรือการดัดแปลงสภาพรถ</li>



<li>หลักฐานการ ถอด GPS ออกจากรถ เพื่อไม่ให้ติดตามได้</li>



<li>หลักฐานการ ซุกซ่อนรถ หรือการเตรียมขนย้ายรถไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พบรถจอดอยู่ใกล้ชายแดน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หลักฐานการสื่อสารและข้อมูลสืบสวน</strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-a7ddedf6ec23060dd1fb768c9d039ee6">
<li><strong>หลักฐานการสนทนา</strong> ผ่านโปรแกรมต่างๆ เช่น LINE ที่แสดงให้เห็นว่าเขามีเจตนาจะไม่คืนรถ หรือยอมรับว่านำรถไปทำอย่างอื่นแล้ว</li>



<li><strong>ข้อมูลจากการสืบหา</strong> ที่ยืนยันได้ว่ารถถูกเปลี่ยนมือไปให้บุคคลอื่นแล้ว</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หลักฐานประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-3f0413ba42e2db7a61d9b2ad6d22d034">
<li><strong>หลักฐานการรับรถไป:</strong> เช่น สัญญาขายดาวน์ หรือสัญญาซื้อขายที่ทำไว้ต่อกัน เพื่อยืนยันว่าเขาเป็นคนเอารถไปจากเราจริงๆ</li>



<li><strong>หลักฐานการโอนเงิน:</strong> เพื่อแสดงลำดับเหตุการณ์และความเกี่ยวข้องของบุคคล</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-40b34a7c1f1255c84ab30000f018cf66 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>ข้อสำคัญ:</strong> หากคุณเพียงแค่ “<strong>ติดตามรถคืน” </strong>โดยไม่มีหลักฐานการกระทำข้างต้น ศาลอาจมองว่าเป็นเพียงการ <strong>ผิดสัญญาทางแพ่ง</strong> เท่านั้น และการติดต่อเอารถคืนนั้น ผู้สิทธิฟ้องจะต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิในรถยนต์ด้วย&nbsp;</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-73ee870657550bd012de6a1ede4fadea wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ดังนั้น หากคุณไม่แน่ใจว่าหลักฐานที่มีเพียงพอหรือไม่ แหล่งข้อมูลแนะนำให้ปรึกษาทนายความเพื่อช่วยตรวจสอบหรือสืบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อนดำเนินการฟ้องร้อง&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size">แล้วจะฟ้องรับของโจรได้ด้วยไหม ถ้าเขานำรถไปขายต่อ ?&nbsp;</h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-ded3d8f30ce6b3e5af87cec864116edc wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>คุณสามารถฟ้องข้อหารับของโจรได้ด้วย </strong>หากคุณมีข้อมูลว่าผู้ที่เอารถไปได้นำรถไปขายต่อหรือนำไปจำนำให้กับบุคคลอื่น</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-f0d6451546bb05659c6567a40ba00ea0 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>หลักฐานที่ใช้ในการฟ้องรับของโจร มีดังนี้</strong> </p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-d5ed39cc9086c8fde09656522931ed02">
<li><strong>ฟ้องผู้ที่รับซื้อหรือรับจำนำ:</strong> นอกจากคุณจะฟ้องคนแรกที่เอารถไปในข้อหายักยอกแล้ว คุณยังสามารถฟ้องบุคคลที่สามที่รับรถไป (เช่น เต็นท์รถ ผู้รับจำนำ หรือผู้ซื้อต่อ) ใน <strong>ข้อหารับของโจร</strong> ได้ด้วย</li>



<li><strong>ไม่ใช่แค่คนแรกที่รับผิด:</strong> กฎหมายไม่ได้จำกัดให้ฟ้องได้แค่คนที่เอารถจากเราไปโดยตรงเท่านั้น แต่ครอบคลุมไปถึงผู้ที่รับช่วงต่อทรัพย์สินนั้นไปด้วย</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size">“การขายดาวน์” แบบไหนถึงเสี่ยงเป็นยักยอก</h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-8a151c14b712b8a3e50d9bfbf601313c wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">การขายดาวน์จะเสี่ยงเป็นคดียักยอกก็ต่อเมื่อผู้ที่ซื้อดาวน์ไปมี <strong>&#8220;เจตนาทุจริต&#8221;</strong> เพื่อเบียดบังเอาตัวรถไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โดยแหล่งข้อมูลได้ให้ตัวอย่างพฤติกรรมที่เข้าข่ายความเสี่ยงไว้ ดังนี้&nbsp;</p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-9b6dc03f6934c6e334e2e6b22f92dcab">
<li><strong>นำรถไปขายต่อหรือจำนำโดยไม่มีสิทธิ์:</strong> หลังจากทำสัญญาขายดาวน์และรับรถไปแล้ว ผู้ซื้อนำรถไปขายต่อให้บุคคลที่สาม หรือนำไปจำนำที่เต็นท์รถหรือบ่อนพนันเพื่อแลกเป็นเงินมา,</li>



<li><strong>จงใจตัดการติดต่อและเชิดรถหนี:</strong> เมื่อรับรถไปแล้วไม่ยอมผ่อนชำระค่างวดต่อ และเมื่อเราพยายามติดตามรถคืนก็ไม่สามารถติดต่อได้ หรือไม่ยอมบอกว่ารถอยู่ที่ไหน,</li>



<li><strong>การดัดแปลงหรือทำลายหลักฐานการติดตาม:</strong> เช่น มีการ<strong>ถอด GPS</strong> ออกจากตัวรถ เพื่อไม่ให้เจ้าของหรือผู้เช่าซื้อเดิมสามารถติดตามตำแหน่งของรถได้,</li>



<li><strong>การส่งออกนอกประเทศหรือซุกซ่อน:</strong> มีพฤติการณ์นำรถไปซุกซ่อนเพื่อรอการขาย หรือเตรียมขนย้ายรถส่งต่อไปยัง<strong>ประเทศเพื่อนบ้าน</strong>,</li>



<li><strong>การแยกชิ้นส่วน:</strong> นำรถที่ซื้อดาวน์ไปเข้าอู่เพื่อ<strong>แยกชิ้นส่วน</strong>ขายเป็นอะไหล่</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-a3a514ffa8cf6199ec30a8155168ae20 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>ข้อควรระวัง &#8220;การติดตามรถคืนไม่ได้เพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะฟ้องข้อหายักยอกได้เสมอไป&#8221;</strong> หากพฤติกรรมเป็นเพียงการค้างค่างวดแต่ยังติดต่อได้ หรือรถยังอยู่กับตัวเขาแต่ไม่มีเงินจ่าย กรณีนี้อาจถูกมองว่าเป็นเพียง <strong>&#8220;การผิดสัญญาทางแพ่ง&#8221;</strong> เท่านั้น</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-754c382c4175491af58f80769d7f18ce wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ดังนั้น ในการขายดาวน์ควรทำ <strong>&#8220;สัญญาขายดาวน์&#8221;</strong> หรือสัญญาซื้อขายไว้เป็นหลักฐานเพื่อยืนยันว่าบุคคลนั้นเป็นผู้รับรถไปจากเราจริงๆ ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญในการแจ้งความหรือฟ้องคดีหากเกิดปัญหายักยอกขึ้นในภายหลัง</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size">2 วิธี ดำเนินการตามกฎหมาย</h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-3e065f2789df76ce425cba15d105e703 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>1.แจ้งความกับตำรวจ </strong>แต่บางครั้งพนักงานสอบสวนอาจปฏิเสธไม่รับแจ้งความความคดียักยอกรถ โดยมักจะให้เหตุผลว่าเป็นเพียง &#8220;คดีแพ่ง&#8221; หรืออ้างว่าคุณไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์จึงไม่มีสิทธิ์แจ้งความไม่ใช่เจ้าของรถ&nbsp;</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-1e5bbcdadb7aa28b1ad4641222b11be0 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>2. </strong><strong>ฟ้องร้องดำเนินคดีด้วยตนเอง (ฟ้องเอง)</strong>&nbsp; หากตำรวจไม่รับเรื่อง หรือรับแจ้งความ แต่ดำเนินการล่าช้า คุณมีสิทธิ์ที่จะจ้างทนายความ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาโดยตรงได้เลย ซึ่งในหลายกรณีวิธีนี้อาจจะรวดเร็วกว่าการรอขั้นตอนของพนักงานสอบสวน</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size">ขั้นตอนการฟ้องคดีเอง</h2>



<ol style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-660c2f0275a801dec854621a8939699c">
<li>เมื่อทนายความเตรียมเอกสารครบถ้วน (โดยปกติใช้เวลาประมาณ 5-10 วัน) จะทำการยื่นฟ้องต่อศาล</li>



<li>ศาลจะนัด <strong>&#8220;ไต่สวนมูลฟ้อง&#8221;</strong> ภายในประมาณ 2 เดือน เพื่อดูว่าคดีของคุณมีพยานหลักฐานชัดเจนและมีมูลเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณาหรือไม่</li>



<li>หากศาลเห็นว่าคดีมีมูล จะประทับรับฟ้องและออกหมายเรียกจำเลยมาศาลเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size">การไต่สวนมูลฟ้องคืออะไร และต้องเตรียมตัวอย่างไร ?&nbsp;</h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-a8637b06ddaea50600a66592e95c4d21 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>การไต่สวนมูลฟ้อง</strong> คือ ขั้นตอนที่เกิดขึ้นหลังจากที่คุณยื่นฟ้องคดีต่อศาลโดยตรง (ไม่ได้ผ่านพนักงานสอบสวน) โดยศาลจะนัดมาเพื่อตรวจสอบเบื้องต้นว่าคดีที่คุณฟ้องนั้น <strong>&#8220;มีมูล&#8221;</strong> หรือมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณาต่อไปหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. การไต่สวนมูลฟ้องคืออะไร?</strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-6cd78a1f9593e1ac302c63d6f38244a2">
<li>เป็นขั้นตอนที่ศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานของฝั่งโจทก์ (คุณ) เพียงฝ่ายเดียวในเบื้องต้น</li>



<li>โดยปกติศาลจะนัดไต่สวนมูลฟ้องหลังจากยื่นฟ้องไปแล้วประมาณ <strong>2 เดือน</strong></li>



<li>หากศาลเห็นว่าพยานหลักฐานชัดเจนและคดีมีมูล ศาลจะสั่ง <strong>&#8220;ประทับรับฟ้อง&#8221;</strong> และออกหมายเรียกให้จำเลยมาศาลเพื่อสู้คดีต่อไป</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. ต้องเตรียมตัวและเตรียมหลักฐานอย่างไร?</strong></p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-8e5e46c459a16cd44a5eddaa5d93a7b7 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ในการไต่สวนมูลฟ้องเพื่อให้ศาลเห็นว่าคดีมีมูล คุณต้องเตรียมหลักฐานสำคัญ 3 ประเภท ดังนี้:</p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-56dbd2e3fca8e5d55bb2a70c391d55b2">
<li><strong>หลักฐานแสดงสิทธิ์ของคุณ:</strong> เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้เสียหายที่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น <strong>สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ, สัญญาเช่าซื้อ</strong> และหลักฐานการผ่อนชำระต่างๆ</li>



<li><strong>หลักฐานการรับรถไป:</strong> เพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยเป็นคนเอารถไปจากคุณจริงๆ เช่น <strong>หลักฐานการสนทนาทาง LINE, สัญญาขายดาวน์/ซื้อขาย</strong> หรือหลักฐานการโอนเงิน</li>



<li><strong>หลักฐาน &#8220;เจตนาทุจริต&#8221;:</strong> นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดในการพิสูจน์คดีอาญา เช่น หลักฐานว่าจำเลย <strong>ถอด GPS, นำรถไปขายต่อ/จำนำ, นำรถไปซุกซ่อนเพื่อส่งออกนอกประเทศ</strong> หรือการแยกชิ้นส่วนรถ</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-2a0b56c6faeaeab89361e370d57fbe94 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>ข้อควรทราบ:</strong> หากจำเลยมาศาลหลังจากขั้นตอนไต่สวนมูลฟ้องและยอมรับสารภาพ ศาลจะเข้าสู่กระบวนการเจรจาให้จำเลยนำรถมาคืนหรือชดใช้เงินแทน แต่ถ้าจำเลยสู้คดี กระบวนการพิจารณาอาจใช้เวลาต่อไปอีกประมาณ 6 เดือนเพื่อตัดสินคดีครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size">ถ้าไกล่เกลี่ยแล้วเขาหาตัวรถมาคืนไม่ได้ ต้องทำอย่างไรต่อ<strong>&nbsp;</strong></h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-27a4f81350a1aa52ab71e15a573d048d wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">หากในขั้นตอนการไกล่เกลี่ยแล้วจำเลย <strong>ไม่สามารถหาตัวรถมาคืนได้</strong> เช่น รถถูกขายต่อ ติดตามไม่ได้ หรือถูกแยกชิ้นส่วนไปแล้ว ควรดำเนินการ&nbsp; ดังต่อไปนี้&nbsp;</p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-13a8460a46d26d8c564b1c16700f4e72">
<li><strong>ตกลงชดใช้เป็นเงินแทน </strong>ในกรณีที่จำเลยยอมรับผิดแต่หาตัวรถมาคืนไม่ได้ จะมีการเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อให้จำเลย<strong>ชำระเงินคืนให้แก่คุณแทน</strong> โดยจะตกลงกันว่าจะให้ชดใช้เป็นจำนวนเท่าใด
<ul class="wp-block-list">
<li>จ่ายแบบครบในคราวเดียว&nbsp; หรือ</li>



<li>แบบเงื่อนไขผ่อนชำระ เป็นงวดก็ได้&nbsp;</li>
</ul>
</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-c563ed6faf1a76f7cdf017f0083f6a86 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">หากจำเลย ไม่ชำระเงิน หรือชำระไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ไกล่เกลี่ยไว้ในชั้นศาล ศาลจะมีคำพิพากษาให้<strong>ลงโทษจำคุก</strong>จำเลยต่อไป</p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-694423b10d0479fcbd7134d23bc93470">
<li><strong>กรณีต่อสู้คดีแล้วแพ้ </strong>หากจำเลยไม่ยอมรับผิดและเลือกสู้คดี แต่สุดท้ายคุณชนะคดี ศาลจะมีคำพิพากษาให้<strong>จำคุกจำเลย และสั่งให้จำเลยต้องชำระเงินคืน</strong>ให้กับคุณด้ว</li>



<li>• <strong>การบังคับตามกฎหมาย:</strong> แม้ในทางปฏิบัติหากจำเลยไม่มีทรัพย์สินเลย คุณอาจจะยังไม่ได้รับเงินในทันที แต่จำเลยจะต้อง<strong>รับโทษทางอาญาคือการติดคุก</strong>ตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งกระบวนการนี้เป็นผลจากการที่คุณฟ้องคดีอาญาฐานยักยอก</li>



<li>ดังนั้น แม้จะไม่ได้ทรัพย์สินกลับคืนมาในเชิงเศรษฐกิจ แต่จำเลยจะได้รับโทษทัณฑ์ทางอาญาจากการกระทำความผิดนั้นครับ</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-e76f26e5c9088981247f489a5332b62f wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>สรุป </strong>หากตัวรถหายไปแล้ว กระบวนการทางกฎหมายจะเปลี่ยนจากการติดตามรถคืนมาเป็นการ<strong>บังคับให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นตัวเงิน</strong> โดยมีโทษจำคุกเป็นตัวบีบบังคับให้จำเลยต้องรับผิดชอบชดใช้เงินตามที่คุณเสียหายจริง</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size">ค่าใช้ค่าในการดำเนินคดี</h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-c93c53f064645ad1ce2ca6ec212cff43 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">การฟ้องคดี ไม่ว่าจะคดีแพ่งหรือคดีอาญา ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นค่าทนายความในกรณีฟ้องคดีเอง และค่าธรรมเนียมศาลจะต้องจ่าย เพื่อใช้ในการประกอบการพิจารณาก่อนตัดสินใจ ดังนี้</p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-98e1e314184b632ae603ea29eda487b8">
<li>ค่าทนายความ เนื่องจากอัตราค่าทนายความมักขึ้นอยู่กับความยากง่ายของคดีและข้อตกลงระหว่างคุณกับทนายความแต่ละท่าน ข้อมูลส่วนนี้จึงไม่ได้ถูกระบุไว้</li>



<li>การฟ้องคดีอาญาด้วยตนเองในฐานะผู้เสียหายจะไม่มีค่าธรรมเนียมศาล (ต่างจากคดีแพ่งที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามทุนทรัพย์)</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size">ศาลจะตัดสินลงโทษจำคกจำเลยหรือไม่ ?&nbsp;</h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-d5ed32856bb7a11350dd551dc3dc2ed1 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352</strong> “ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-3e541fd8b9e3eae5d729cd57f12b4f47 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ถ้าทรัพย์นั้นได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิด เพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์สินหายซึ่งผู้กระทำความผิดเก็บได้ ผู้กระทำต้องระวางโทษแต่เพียงกึ่งหนึ่ง</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-cc6baee10efcdb48ac7e18884ca248a1 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;[อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560] ”&nbsp;</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-c42fa84a9f8a06b608f85349e4e7f1e7 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ซึ่งในการพิจารณาลงโทษ ศาลจะใช้ดุลยพินิจในการกำหนดโทษหนักเบาตามพฤติการณ์ของแต่ละคดี&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size">อายุความ</h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-092bfc50b16e612ca17fddd7b2d8dc0c wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">คดียักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องแจ้งความร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายใน <strong>3 เดือน</strong> นับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิด&nbsp;</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-cf1679918d00bb5b9cf4706b4e7f9630 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 356</strong> “ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้”&nbsp;</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-9f153be4f8e5727a0d83a9e0a4487642 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96</strong> “ภายใต้บังคับมาตรา 95 ในกรณีความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ”&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size">ฎีกาสนับสนุน&nbsp; ผู้เช่าซื้อมีสิทธิ์ฟ้องคดียักยอกได้&nbsp;</h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-4c39f1793053bbff575cad47cde0260a wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5097/2531</strong><strong><br></strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผู้ครอบครองทรัพย์ แม้มิใช่เป็นเจ้าของ <strong>ก็เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ได้</strong> ตามนัยแห่ง<strong>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) </strong>“ผู้เสียหาย” หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 4, 5 และ 6 ”&nbsp;</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-4fa1e9ef8018e0d2a54dc6c09566b95e wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1554 &#8211; 1555/2512</strong><strong><br></strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้ดูแลทรัพย์พิพาทไว้. จำเลยยืมทรัพย์พิพาทไปจากโจทก์ร่วม. เมื่อเกิดการเสียหายขึ้นเพราะการกระทำผิดยักยอกของจำเลย. โจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายในฐานะเป็นผู้ครอบครองดูแลทรัพย์พิพาท มีอำนาจร้องทุกข์ตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2(4)(ตามนัยฎีกาที่ 1341/2495,420/2505,562/2505). แม้ในฟ้องจะบรรยายคลาดเคลื่อนว่าใครเป็นเจ้าทรัพย์ ก็ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความต่างกับฟ้อง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยยืมทรัพย์ไป แล้วทุจริตยักยอกเอาไว้เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวเสีย. ย่อมมีความผิดในทางอาญา มิใช่เป็นเพียงเรื่องยืมทางแพ่งเท่านั้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; โจทก์บรรยายฟ้องว่า &#8216;เมื่อเดือนตุลาคม 2506 และต่อมาประมาณปลายเดือนเมษายน 2507. จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันขอยืมเครื่องประดับไปหลายอย่าง (ห้อยคอและกลัดเสื้อรูปดอกไม้แหวนเพชรเม็ดเดียว แหวนเพชรเม็ดเล็กเป็นรูป 4 เหลี่ยมแหวนทับทิมล้อมเพชร กำไลประดับเพชร สร้อยข้อมือนพเก้า จี้เพชรพร้อมสร้อยทองคำขาว แหวนมรกตล้อมเพชร ต่างหูเพชรนาฬิกาข้อมือประดับเพชร). ต้นเดือนมีนาคม 2510 โจทก์ร่วมทั้งสองได้ทวงถามของที่จำเลยยืมไป จำเลยทั้งสี่ปฏิเสธไม่ยอมคืน.โดยระหว่างมีนาคม 2510 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด.จำเลยมีเจตนาทุจริตคิดยักยอกเอาทรัพย์ดังกล่าวไว้เป็นประโยชน์ส่วนตน&#8217; เป็นฟ้องที่ไม่เคลือบคลุม<br>คำแจ้งความที่มีความว่า &#8216;จึงได้มาแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อบุคคลทั้งสี่ต่อไป&#8217; นั้น. เป็นการกล่าวหาโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ จึงเป็นคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(7). เมื่อเจ้าพนักงานสอบสวนบันทึกข้อความคำร้องทุกข์ไว้ในรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันและผู้ร้องทุกข์ได้ลงชื่อไว้แล้ว จึงเป็นการบันทึกคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 123วรรคสาม.</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-ddb4a8fed18efd0016c7d09d60ad2173 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7832/2556</strong><strong><br></strong><strong> </strong>จำเลยกับพวกร่วมกันยักยอกรถยนต์ของผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อ ขณะอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อ เมื่อในขณะกระทำความผิดผู้เสียหายที่ 2 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์รถยนต์ที่เช่าซื้อดังกล่าว การกระทำของจำเลยกับพวกย่อมทำให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับความเสียหายโดยตรง แม้ผู้เสียหายที่ 2 จะไปแจ้งความร้องทุกข์ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายที่ 1 แต่ก็ถือว่าได้ร้องทุกข์ในฐานะที่ผู้เสียหายที่ 2 เป็นผู้เสียหายด้วยเช่นกัน ผู้เสียหายที่ 2 จึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ และย่อมมีอำนาจในการถอนคำร้องทุกข์ เมื่อความผิดฐานยักยอกทรัพย์เป็นความผิดต่อส่วนตัวและคดียังไม่ถึงที่สุด ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ เมื่อปรากฏว่าก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกา ผู้เสียหายที่ 2 ถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2)</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-73247774bee2b0180344b81808231ef7 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1949/2556</strong><strong><br></strong><strong> </strong>การที่ผู้เสียหายตกลงขายรถที่เช่าซื้อให้จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 ตกลงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้บริษัท ช. แทนผู้เสียหาย&nbsp; ถือได้ว่า เป็นการโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ แม้จะไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัท ช. ผู้ให้เช่าซื้อ&nbsp; ก็มีผลในทางแพ่งเพียงว่าผู้ให้เช่าซื้อยังคงมีสิทธิเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างจากผู้เช่าซื้อคนเดิมได้ต่อไป&nbsp; ไม่มีผลทำให้ผู้เสียหายและบริษัท ช. ไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยในการที่จำเลยที่ 1 ยักยอกรถที่เช่าซื้อไป</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-bddc50b0776f86d018a461928740b65f wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6007/2530</strong><strong><br></strong><strong> </strong>แม้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ที่เช่าซื้อยังอยู่กับผู้ให้เช่าซื้อ แต่ผู้เช่าซื้อย่อมมีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์จากรถยนต์ที่เช่าซื้อนั้นและมีหน้าที่ต้องส่งคืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเรียบร้อยแก่ผู้ให้เช่าซื้อหากมีกรณีต้องคืน เมื่อบุตรโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อถึงแก่กรรม สิทธิและหน้าที่ดังกล่าวย่อมตก ทอดมายังโจทก์ในฐานะทายาทคนหนึ่ง เมื่อจำเลยได้ยักยอกทรัพย์นั้นไปจากโจทก์ โจทก์ย่อมได้รับความเสียหาย จึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์มอบรถยนต์คันพิพาทให้จำเลยซ่อมเป็นเวลานานถึง 8 เดือนเศษ จำเลยไม่ได้แจ้งราคาค่าซ่อมให้โจทก์ทราบโจทก์น่าจะทราบได้ในขณะนั้นหรือช่วงเวลานั้นแล้วว่าจำเลยเบียดบังเอารถยนต์คันพิพาทเป็นของตนเอง โจทก์นำคดีมาฟ้องเกินระยะเวลา 3 เดือนพ้นกำหนดอายุความ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="572" src="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/02/image-1024x572.png" alt="ขั้นตอนการฟ้องคดียักยอกรถ" class="wp-image-922" srcset="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/02/image-1024x572.png 1024w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/02/image-300x167.png 300w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/02/image-768x429.png 768w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/02/image-1536x857.png 1536w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/02/image.png 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div class="wp-block-buttons is-content-justification-center is-layout-flex wp-container-core-buttons-is-layout-fe0a7de2 wp-block-buttons-is-layout-flex">
<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-palette-color-2-background-color has-background has-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/" style="border-color:var(--theme-palette-color-1, #2872fa);border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หน้าแรก</a></div>



<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-background has-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/contact-us/" style="border-color:#f78da7;border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;background-color:#df181d;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ติดต่อเรา</a></div>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 หลักต้องรู้ ฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทน</title>
		<link>https://tanyaounjai.com/adultery-lawsuit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นพภัสสร ทนายอุ่นใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Feb 2026 09:38:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[คดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://tanyaounjai.com/?p=904</guid>

					<description><![CDATA[ก่อนที่จะมีการฟ้องชู้ได้นั้น บุคคลจะต้องมีการจดทะเบียนส [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-22db4db82e5a166a21b66d71153db10e wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ก่อนที่จะมีการฟ้องชู้ได้นั้น บุคคลจะต้องมีการจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อน และกฎหมายไม่ได้จำกัดการสมรสไว้เฉพาะชายสมรสกับหญิงเท่านั้น&nbsp; แต่การสมรส ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนๆ สามารถสมรสกันได้หมด เช่น ชายสมรสกับชาย หรือหญิงสมรสกับหญิง&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-3e45761b2c2b2919f53c75d1155be8ba wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">หลักเกณฑ์การฟ้องชู้ตามกฎหมายใหม่ (พ.ศ. 2568) ภายใต้ <strong>พรบ. สมรสเท่าเทียม</strong> มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ช่วยให้การฟ้องร้องทำได้ครอบคลุมและง่ายขึ้น ดังนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>1. ความเท่าเทียมทางเพศในการฟ้องชู้</strong></h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-890b23aea7e60f020f6b82b18e025fe2 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ในกฎหมายเดิม การฟ้องชู้จำกัดเฉพาะชายฟ้องชายชู้ หรือหญิงฟ้องหญิงชู้ แต่ตามกฎหมายใหม่ <strong>ชู้จะเป็นเพศอะไรก็ได้</strong> ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรสเพศเดียวกัน (เกย์, เลสเบี้ยน) หรือคู่สมรสต่างเพศ ก็สามารถฟ้องร้อง &#8220;ชู้&#8221; ได้โดยไม่จำกัดเพศอีกต่อไป</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>2. ไม่จำเป็นต้อง &#8220;แสดงตนโดยเปิดเผย&#8221;</strong></h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-0182acad092d2b764d89d69fd708b9d1 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li class="has-text-color has-link-color wp-elements-070c5eaaabc9303f66dc84f7a87b1785" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>กฎหมายเดิม:</strong> หากภรรยาจะฟ้องหญิงชู้ ต้องมีหลักฐานว่าหญิงนั้นแสดงตนโดยเปิดเผย เช่น พาออกงาน สังคมรับรู้ หรือลงรูปคู่ในโซเชียลมีเดีย หากแอบคบกันหลบๆ ซ่อนๆ ศาลอาจยกฟ้องได้</li>



<li><strong>กฎหมายใหม่:</strong> มาตรา 1523 วรรค 2 ระบุชัดเจนว่า <strong>ไม่จำเป็นต้องแสดงตัวโดยเปิดเผย</strong> เพียงแค่มีพฤติการณ์ <strong>&#8220;ล่วงเกินไปในทำนองชู้&#8221;</strong> ก็สามารถฟ้องได้ทันที&nbsp;</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-left has-medium-font-size"><strong>3. นิยามของ &#8220;การล่วงเกินในทำนองชู้&#8221;</strong></h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-8e57144603035cbd0c2892bdecc6fa05 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">การฟ้องชู้ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์กัน หรือต้องมีคลิปขณะนอนด้วยกัน พฤติกรรมที่เข้าข่ายล่วงเกินในทำนองชู้ ได้แก่:</p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-a7eb7e5cb20995e8285be121ebaed58f">
<li>การกอด จูบ หอมแก้ม หรือโอบกอดในลักษณะที่เกินกว่าเพื่อนหรือประเพณีวัฒนธรรมจะรับได้</li>



<li>การจับของสงวนหรือกระทำการลามก ไม่ว่าจะทำในที่ลับหรือที่แจ้ง</li>



<li>ความสัมพันธ์แบบชั่วคราว เช่น <strong>One-night stand</strong>, เด็กไซด์ไลน์ หรือเด็กบาร์โฮส ที่มีการล่วงเกินคู่สมรสของผู้อื่นเพื่อหวังเงินหรือการเลี้ยงดู ก็สามารถฟ้องได้</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>4. เกณฑ์การกำหนดค่าทดแทน (ค่าเสียหาย)</strong></h3>



<ol style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-59a407b37d2ef3c147a73ba86b9d4c54">
<li>ฐานะทางสังคม&nbsp;</li>



<li>การศึกษา&nbsp;</li>



<li>ระยะเวลาการแต่งงาน&nbsp;</li>



<li>ความร้ายแรงของพฤติกรรม</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list"></ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>5. ระยะเวลาในการยื่นฟ้อง (อายุความฟ้องชู้) </strong></h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-c0e46f4cb3c5bea55ab1b4ab2e3a3127 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">คู่สมรสฝ่ายที่เสียหาย&nbsp; สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่กระทำการ “ในทำนองชู้” ได้โดยผู้เสียหาย ไม่จำเป็นต้องฟ้องหย่า ควบคู่ไปด้วยก็ได้ แต่ต้องดำเนินการภายใน<strong> อายุความ 1 ปี</strong> นับตั้งแต่ทราบเรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>การเตรียมหลักฐานก่อนฟ้องชู้</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>1.หลักฐานความเป็นคู่สมรส&nbsp;</strong></h3>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-84d52ea3fa38c1359c146211a06a209f">
<li>&nbsp;สำเนาใบสำคัญการสมรส</li>



<li>สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ฟ้องคดี</li>



<li>สำเนาใบเปลื่ยนชื่อของเรา หรือของคู่สมรส</li>



<li>ทะเบียนบ้านของผู้ฟ้องคดี</li>



<li>สูติบัตร (เฉพาะในกรณีมีบุตรด้วยกัน)</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>2.หลักฐานความเป็นชู้</strong></h3>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-f3780173c76d74f8f0eb6aa08b382d9c">
<li><strong>หลักฐานการล่วงเกินทางกายเป็นภาพถ่าย หรือคลิป VDO </strong>&nbsp;เช่น ภาพถ่ายหรือวิดีโอการ กอด จูบ หอมแก้ม หรือการโอบกอด ในลักษณะที่เกินกว่าเพื่อนหรือประเพณีวัฒนธรรมปกติจะรับได้ รวมถึงการจับของสงวนหรือกระทำการลามก ไม่ว่าจะทำในที่ลับหรือที่แจ้ง และไม่ว่าจะมีคนเห็นหรือไม่ก็ตาม&nbsp;หลักฐานที่ใช้ฟ้องชู้ “<strong>ไม่จำเป็นต้องเป็นหลักฐานการมีเพศสัมพันธ์”</strong> แต่ต้องแสดงให้เห็นถึง       พฤติการณ์    &#8220;ล่วงเกินในทำนองชู้&#8221; <strong>&nbsp;</strong></li>
</ul>



<pre class="wp-block-preformatted has-text-color has-link-color wp-elements-7a025b28670e7407e3b94523ab311c2c" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">หลักฐานที่ใช้ฟ้องชู้ “<strong>ไม่จำเป็นต้องเป็นหลักฐานการมีเพศสัมพันธ์”</strong> แต่ต้องแสดงให้เห็นถึง       พฤติการณ์    "ล่วงเกินในทำนองชู้" <strong>&nbsp;</strong></pre>



<pre class="wp-block-verse has-text-color has-link-color wp-elements-d1e5fc0d7b23c4d605417ce2c3c52728" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">แต่หากมีหลักฐานชัดเจนว่ามี การร่วมประเวณีกัน เช่น คลิปวิดีโอ หรือหลักฐานการเข้าพักในห้องเดียวกัน จะเป็นหลักฐานที่ ช่วยให้เรียกค่าเสียหายได้สูงขึ้น</pre>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-3fc86cce72865acb5928cd944fae00ed">
<li><strong>หลักฐานการสนทนา </strong>ระหว่างชู้กับคู่สมรสทางโทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชั่นไลน์ เว็บไซด์เฟซบุ๊ก แอพพลิเคชั่นหาคู่&nbsp; เช่น ข้อความการพูดคุยในทางชู้สาว โดยเฉพาะ การพูดคุยในทำนองเซ็กส์ หรือพูดถึงการมีอะไรกันแล้ว ถือเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักมากในการพิสูจน์ความสัมพันธ์&nbsp;</li>



<li><strong>หลักฐานการเข้าโรงแรม</strong> เช่น ใบเสร็จค่าที่พัก ใบเสร็จร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว หลักฐานการโอนเงินให้กับชู้&nbsp; รวมถึงหลักฐานการเดินทางจาก Google Map</li>



<li><strong>หลักฐานการซื้อทรัพย์สินให้กัน</strong> เช่น ซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อเครื่องประดับ ฯลฯ&nbsp;</li>



<li><strong>หลักฐานการโอนเงินให้กัน</strong> เช่น มีการโอนเงินค่าเลี้ยงดูให้กันตลอดทุกเดือน&nbsp;</li>



<li><strong>หลักฐานการแสดงตนโดยเปิดเผย (เพื่อเพิ่มค่าเสียหายให้สูงขึ้น) </strong>ถึงแม้ปัจจุบันจะไม่ต้องพิสูจน์ว่าชู้แสดงตัวโดยเปิดเผยก็ฟ้องชนะได้ แต่หากมีหลักฐานว่าชู้มีการ โพสต์รูปคู่ลง Facebook/Instagram หรือพาออกงานสังคม หลักฐานส่วนนี้จะช่วยให้ศาลกำหนด ค่าเสียหายให้สูงขึ้น เนื่องจากสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและครอบครัวมากขึ้น</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>3. หลักฐานเพื่อใช้ประกอบการพิจารณากำหนดค่าทดแทน&nbsp;</strong></h3>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-4c64940ddc5ea4dc871b5a7e312077f6">
<li>หลักฐานเกี่ยวฐานะทางสังคมของทุกฝ่าย เช่น การดำรงตำแหน่งนักการเมือง การประกอบอาชีพดารา หรืออาชีพที่มีคนรู้จักเป็นจำนวนมาก&nbsp;</li>



<li>หลักฐานเกี่ยวกับอาชีพ รายได้ทุกฝ่าย &nbsp; เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน</li>



<li>หลักฐานเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาทุกฝ่าย&nbsp; เช่น สำเนาใบปริญญาบัตร&nbsp;</li>



<li>หลักฐานเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงาน</li>



<li>ระยะเวลาที่แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน (ยิ่งนานยิ่งมีค่าทดแทนสูง)</li>



<li>การมีบุตรร่วมกัน</li>



<li>ลักษณะความสัมพันธ์ในครอบครัวก่อนเกิดเหตุการณ์มีชู้ (เช่น ครอบครัวมีความสุขและรักใคร่กันดี)</li>



<li>ลักษณะความสัมพันธ์ในครอบครัวหลังเกิดเกตุการณ์มีชู้ (เช่น ครอบครัวแตกสลายและบุตรขาดความรักจากครอบครัว)</li>



<li>การเปิดเผยความสัมพันธ์ในการเป็นชู้ (ยิ่งถ้ามีการเปิดเผยต่อสาธารณะก็มีค่าทดแทนสูงตามไปด้วย)</li>



<li>ระยะเวลาเป็นชู้</li>



<li>ผู้ซึ่งเป็นชู้จะต้องรู้ว่ากำลังเป็นชู้ และผู้ซึ่งเป็นชู้ก็ยังจงใจละเมิดสิทธิคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งด้วย (หากไม่รู้ว่ากำลังเป็นชู้กับคู่สมรสผู้อื่น ก็อาจจะเรียกค่าทดแทนได้น้อยหรือไม่ได้เลย)</li>



<li>ความสำนึกผิดหลังถูกจับได้ว่าคบชู้</li>



<li>มีการฟ้องหย่า เพื่อเรียกทรัพย์สินจากอีกฝ่าย (คู่สมรส) ร่วมด้วยหรือไม่</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ข้อควรระวังสำคัญที่สุดในการฟ้องชู้&nbsp;</strong></h3>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-89e83c650cf5750730e97a3ac84e528c wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ในการฟ้องชู้ หากคู่สมรสฝ่ายที่ได้รับความเสียหาย &#8220;ยินยอม&#8221; หรือ &#8220;รู้เห็นเป็นใจ&#8221; ให้คู่สมรสของตนมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับบุคคลอื่น จะไม่สามารถเรียกค่าทดแทนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคท้าย บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า ถ้าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา 1516 (1) เช่น มีชู้ หรืออุปการะเลี้ยงดูผู้อื่นฉันคู่สมรส&nbsp; หรือให้ผู้อื่นล่วงเกินคู่สมรสของตนในทำนองชู้ คู่สมรสฝ่ายนั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้ หากมีการฟ้องชู้ไปแล้ว และจำเลยพิสูจน์ได้ว่า คุณยินยอมให้ความสัมพันธ์นั้นเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตกลงกันด้วยวาจา หรือพฤติการณ์ที่ยอมรับในทางปฏิบัติ ศาลจะพิพากษา<strong>ยกฟ้อง</strong>และคุณจะไม่ได้รับค่าทดแทนใดๆ เลย</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-6410a54a8595391eb4795271fd71be26 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>พฤติการณ์ที่ถือว่าเป็นการ &#8220;ยินยอม&#8221; หรือ &#8220;รู้เห็นเป็นใจ&#8221;</strong> ที่ศาลจะรับฟังว่ามีการยินยอมหรือไม่ จะต้องมีพฤติการณ์ที่ชัดเจนและเป็นพิเศษจริงๆ เช่น&nbsp;</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-9d58e1d93d24857134a7b7649a59e81f wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">• <strong>การใช้ชีวิตร่วมกัน:</strong> เช่น การอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันสามคน (สามี ภริยา และชู้) หรือมีหลักฐานการไปเที่ยวด้วยกันอย่างเปิดเผย</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-41265e5a8d6ae768f7a16221e4409e75 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">• <strong>การเกื้อกูลกันทางทรัพย์สิน:</strong> เช่น เมียน้อยโอนเงินส่งเสียเลี้ยงดูเมียหลวงทุกเดือน หรือเมียหลวงเลี้ยงลูกให้เมียน้อย</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-cc5670574955566f81d9b8bbad5724c7 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">• <strong>การส่งเสริมให้มีชู้:</strong> เช่น การหาเมียน้อยให้สามี หรือในบางกรณีคือการยอมให้คู่สมรสไปประกอบอาชีพขายตัว</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-f3be324f4b657d5987350c6c1f5bb3f7 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">• <strong>มีข้อความหรือบันทึก:</strong> มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรหรือข้อความแชทที่แสดงถึงการยอมรับหรือยินยอมให้ความสัมพันธ์นั้นดำเนินต่อไป</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-b9fbed6684ce603356f726b7ef1c7199 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>พฤติการณ์ที่ถือว่าเป็นการที่ไม่ใช่ &#8220;การยินยอม”</strong> ข้อสังเกตว่าพฤติกรรมบางอย่างอาจถูกอ้างว่าเป็นการยินยอมแต่ศาลอาจไม่รับฟังเสมอไป เช่น&nbsp;</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-2a1a75122c9ccdbe205357ff276c4cd3 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">• <strong>&#8220;นิ่ง&#8221; ไม่ใช่ &#8220;ยินยอม&#8221;:</strong> การที่เมียหลวงรู้เรื่องแล้วนิ่งเฉย หรือไม่ฟ้องร้องในทันทีทันใด ไม่ได้หมายความว่ายินยอมเสมอไป,</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-d066e608fb0178b5e58afbe255a2d323 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">• <strong>&#8220;เงียบ&#8221; ไม่ใช่ &#8220;ไม่ติดใจ&#8221;:</strong> การเงียบอาจมีเหตุผลอื่น เช่น ความจำเป็นในครอบครัว ซึ่งไม่ถือเป็นการสละสิทธิในการฟ้อง</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-e758a45f7cb3dffcfcbd85139f9aaa88 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">• <strong>ไม่มีเหตุผลพิเศษ:</strong> ปกติภริยาย่อมต้องรักใคร่หวงแหนสามี มิให้ไปมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่น เว้นแต่จะมีเหตุผลพิเศษอย่างยิ่งจริงๆ,</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-e6e74c2e9362f2d785d7989dba84389c wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ในคดีฟ้องชู้ หากมีการต่อสู้ในประเด็นเรื่องการยินยอม <strong>&#8220;ภาระการพิสูจน์ตกเป็นหน้าที่ของฝ่ายชู้&#8221;</strong> (จำเลย) ที่จะต้องนำสืบให้ศาลเห็นอย่างชัดเจนว่าคู่สมรสโจทก์มีการยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจจริงๆ</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>กฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong></h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-c0bd3557d8c09fbdbf2b64ed4bd7e807 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"> <strong>ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  1523</strong> “ เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา ๑๕๑๖ (๑) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งและจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-4a6ea3b6e700c0a5f4c9523c4c0876aa wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งไปในทำนองชู้ หรือจากผู้ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งในทำนองชู้ก็ได้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-b7f5da6540ea88bd6dc5db43f0943acb wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ถ้าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา ๑๕๑๖ (๑) หรือให้ผู้อื่นกระทำการตามวรรคสอง คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้ ”</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-467991f80a3402349719779e65415a06 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong> ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา 1529 </strong>“ สิทธิฟ้องร้องโดยอาศัยเหตุในมาตรา ๑๕๑๖ (๑) (๒) (๓) หรือ (๖) หรือมาตรา ๑๕๒๓ ย่อมระงับไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริงซึ่งตนอาจยกขึ้นกล่าวอ้าง</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-2aeab364bb3a1f679f3c9807ddbdd811 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เหตุอันจะยกขึ้นฟ้องหย่าไม่ได้แล้วนั้น อาจนำสืบสนับสนุนคดีฟ้องหย่าซึ่งอาศัยเหตุอย่างอื่น ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-style-default"><img decoding="async" width="1024" height="576" src="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/02/ฟ้องชู้-1024x576.png" alt="5 หลักต้องรู้ ฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทน" class="wp-image-905" style="aspect-ratio:16/9;object-fit:cover" srcset="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/02/ฟ้องชู้-1024x576.png 1024w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/02/ฟ้องชู้-300x169.png 300w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/02/ฟ้องชู้-768x432.png 768w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/02/ฟ้องชู้.png 1366w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div class="wp-block-buttons is-content-justification-center is-layout-flex wp-container-core-buttons-is-layout-fe0a7de2 wp-block-buttons-is-layout-flex">
<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-palette-color-2-background-color has-background has-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/" style="border-color:var(--theme-palette-color-1, #2872fa);border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หน้าแรก</a></div>



<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-background has-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/contact-us/" style="border-color:#f78da7;border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;background-color:#df181d;padding-top:9px;padding-right:50px;padding-bottom:9px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ติดต่อเรา</a></div>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รับรองบุตร</title>
		<link>https://tanyaounjai.com/guarantee/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นพภัสสร ทนายอุ่นใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2026 05:12:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[คดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://tanyaounjai.com/?p=899</guid>

					<description><![CDATA[การจดทะเบียนสมรส ทะเบียนสมรส คือ เอกสารยืนยันความสัมพัน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>การจดทะเบียนสมรส</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ทะเบียนสมรส คือ เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ของคู่รัก&nbsp; ที่ก่อให้เกิดสิทธิ หน้าที่ ระหว่างบุคคลสองคน เช่น การรับรองบุตร การลดหย่อนภาษี การแบ่งสินสมรส และการฟ้องหย่า เป็นต้น&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>บุตรที่เกิดจากบิดามารดาไม่จดทะเบียนสมสร&nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">เมื่อบุคคลสองคนไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน บุตรที่เกิดขึ้น ย่อมบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดาอยู่แล้วตามกฎหมาย ป.พ.พ. มาตรา 1546 “ เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย ให้ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น”แต่บิดาจะไม่ได้เป็นบิดาชอบด้วกฎหมายของบุตรแต่อย่างใด<strong> </strong>&nbsp;ถึงแม้ว่าโดยพฤตินัย บิดาได้มีการแจ้งเกิดบุตร ว่าเป็นบิดาของบุตรก็ตาม บิดาได้ส่งเสียเลี้ยงดูบุตร&nbsp; พาไปออกสังคม บอกกล่าวคนทั่วไปว่าเป็นบุตร&nbsp; หรือให้ใช้นามสกุลบิดา&nbsp; &nbsp;หากแต่บุตร คนนี้มีสิทธิเพียงรับมรดกของบิดา ในฐานะผู้สืบสันดานของบิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>บุตรจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาได้อย่างไร&nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">เมื่อบุตรที่เกิดจากบิดามารที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย บิดาจะเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายของบุตรได้ โดยการที่บิดามารดาไปจดทะเบียนสมรสกันภายหลัง จะทำให้บุตรเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาตั้งแต่วันที่บุตรเกิด หรือ บิดาร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1547 “เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกัน จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลังหรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>.&nbsp;</strong></p>



<h3 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>การจดทะเบียนสมรสต้องทำอย่างไร&nbsp;</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">วิธี จดทะเบียนสมรส สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงคุณเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อม ก็สามารถทำ การจดทะเบียนสมรส ได้แล้วโดยสามารถจดได้ทั้งในงานแต่งแต่จะต้องมีนายอำเภอมาด้วย หรือที่สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอได้เช่นกัน โดยเอกสารที่คุณจะต้องเตรียมให้พร้อมนั่นก็คือ&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>บัตรประชาชนตัวจริงของทั้งสองฝ่าย หรือบัตรอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ </li>



<li>ทะเบียนบ้านตัวจริงของทั้งสองฝ่าย </li>



<li style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">พยานสำหรับใช้ใน การจดทะเบียนสมรส 2 คน พร้อมกับบัตรประชาชนตัวจริงของพยาน ซึ่งพยานจะต้องเป็นบุคคลที่มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์</li>



<li>หากฝ่ายใดเคยทำการหย่ามาก่อนให้นำหลักฐานการหย่ามาด้วย </li>



<li>ในกรณีที่คู่สมรสคนก่อนเสียชีวิตไปแล้ว ให้นำใบมรณะบัตรมาใช้เป็นหลักฐาน </li>



<li>สูติบัตรและทะเบียนบ้านของบุตร ในกรณีที่มีบุตรก่อน การจดทะเบียนสมรส </li>



<li>บันทึกข้อตกลงก่อนสมรส (ถ้ามี) </li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ไม่จดทะเบียนสมรส แต่ต้องการให้บุตรเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ต้องทำยังไง</strong><strong>&nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">กรณีที่ บิดาและมารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย&nbsp; บิดาก็สามารถยื่นคำร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาได้ ตามป.พ.พ. มาตรา 1547&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">การยื่นคำร้องขอรับรองบุตร (บิดาสมัครใจ) ต่อศาล ทำได้ในกรณีดังต่อไปนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">บุตรไม่สามารถให้ความยินยอมได้ เช่น อายุยังน้อย หรือมีเหตุอื่น กรณีอายุบุตรยังน้อยนั้น กฎหมายไม่ได้มีกำหนดอายุขั้นต่ำของเด็ก แต่โดยทั่วไปหากเด็กอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป หรือเด็กสามารถอ่านเขียนและลงลายมือชื่อให้ความยินยอมเองได้ จะสามารถจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตได้ทันที หากเด็กอายุยังน้อยกว่า 7 ปี หรือเป็นทารก ต้องยื่นเรื่องผ่านศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อรับรองบุตร </li>



<li style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">มารดาหรือบุตรไม่ยินยอม อาจเพราะ มารดาเสียชีวิต ไม่สามารถให้ความยินยอมได้ </li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">เพื่อให้บุตรเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดา&nbsp; บิดาอาจติดต่อทนายความให้ช่วยเหลือทางกฎหมาย ในการดำเนินการยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ศาลมีคำพิพากษาให้บุตรเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาก็ได้&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ขั้นตอนการยื่นคำร้องขอรับรองบุตร</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">1<strong>. เตรียมข้อมูลหลักฐาน </strong>ดังต่อไปนี้ ก่อนเข้าพบทนายความ  </p>



<ol style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list">
<li>สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดา มารดา และบุตร </li>



<li>สำเนาทะเบียนบ้านของบิดา มารดา และบุตร</li>



<li>สำเนาสูติบัตรของบุตร</li>



<li>หนังสือให้ความยินยอมของมารดา (กรณีมารดายังมีชีวิตและยินยอม)</li>



<li>คำร้องขอจดทะเบียนและบันทึกทะเบียนครอบครัว (แบบ คร.1) (ถ้ามี หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของคำร้องต่อศาล)</li>



<li>มรณบัตรของมารดา (กรณีมารดาเสียชีวิต)</li>



<li>ใบเปลี่ยนชื่อ &#8211; สกุลของบิดา มารดา บุตร (ถ้ามี)</li>



<li>หลักฐานเด็กใช้นามสกุลพ่อ หรือพ่อเป็นผู้แจ้งเกิด หลักฐานการเลี้ยงดูว่าพ่อเป็นฝ่ายเลี้ยงดู  เช่น ภาพถ่ายแสดงความสัมพันธ์ในครอบครัว </li>



<li>หลักฐานการตรวจทางพันธุกรรม (DNA) (ถ้าจำเป็น)</li>
</ol>



<ul style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list">
<li>ถ่ายเอกสารรวม 2 ชุด ส่งให้สถานพินิจฯ 1 ชุด ผู้ร้องเก็บไว้ 1 ชุด</li>



<li>กรณียื่นเอกสารที่ศาล ต้องถ่ายเอกสารรวม 3 ชุด</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">2. <strong>สถานที่ยื่นคำร้อง</strong> คือ ศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีอำนาจในเขตพื้นที่ ดังนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">พื้นที่ที่ผู้ร้อง (บิดา) มีภูมิลำเนาอยู่ (มีชื่อในทะเบียนบ้าน) หรืออาจยื่นที่ศาลเยาวชนและครอบครัวที่บุตรมีชื่อในทะเบียนบ้าน</li>



<li>หรือท้องที่ที่บิดามารดาได้อยู่กินฉันสามีภริยา ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่มูลคดีเกิด</li>



<li>กรณีเป็นคำฟ้องให้ยื่นศาลเยาวชนและครอบครัวที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>3. ค่าใช้จ่ายในการยื่นคำร้อง&nbsp;</strong></p>



<ul style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list">
<li>ค่าขึ้นศาล จำนวน 200 บาท (ต่อบุตร 1 คน)</li>



<li style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ค่าประกาศหนังสือพิมพ์จำนวน 500 บาท (ปัจจุบัน ไม่ต้องชำระ)</li>



<li>ค่าส่งคำคู่ความ (ถ้ามี)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>4. การยื่นคำร้อง </strong>ให้ยื่นที่งานรับฟ้องคดีแพ่ง/คดีครอบครัว เจ้าหน้าที่จะกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้อง ส่วนใหญ่จะกำหนดไม่น้อยกว่า 45 วันนับแต่วันยื่นคำร้องขอ</p>



<p class="wp-block-paragraph" style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>หลังยื่นคำร้องแล้ว ศาลจะทำการนัด ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ </strong></p>



<ol style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list">
<li>ให้ถ้อยคำที่สถานพินิจฯ<br>ผู้ร้อง (บิดา) จะต้องนำมารดา บุตร และหรือผู้เกี่ยวข้องรู้เห็นไปให้ถ้อยคำที่สถานพินิจฯ ตามกำหนดนัด ส่วนใหญ่จะภายใน 15 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้อง</li>



<li>ไต่สวนคำร้อง<br>กรณีไม่มีผู้คัดค้าน ผู้ร้องจะต้องนำพยานที่อ้างไว้ในบัญชีพยานมาสืบหรือให้ถ้อยคำต่อศาล โดยนำต้นฉบับเอกสารแนบท้ายคำร้องมาให้ศาลตรวจสอบด้วย ศาลจะพิจารณาคำเบิกความพยาน ประกอบกับรายงานของสถานพินิจฯ แล้วถึงจะมีคำสั่ง</li>



<li>การจดทะเบียนรับรองบุตร<br>เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 1 เดือนนับแต่วันพิพากษาหรือคำสั่ง ผู้ร้องจะต้องมาขอคัดถ่ายคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยให้เจ้าหน้าที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง และขอใบสำคัญคดีถึงที่สุด แล้วจึงนำไปจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอ/สำนักงานเขต</li>
</ol>



<div class="wp-block-buttons is-content-justification-center is-layout-flex wp-container-core-buttons-is-layout-fe0a7de2 wp-block-buttons-is-layout-flex">
<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-palette-color-2-background-color has-background has-border-color has-palette-color-1-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/" style="border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หน้าแรก</a></div>



<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-background has-border-color has-pale-pink-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/contact-us/" style="border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;background-color:#df181d;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ติดต่อเรา</a></div>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหตุในการฟ้องหย่า</title>
		<link>https://tanyaounjai.com/reason-for-divorce/</link>
					<comments>https://tanyaounjai.com/reason-for-divorce/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นพภัสสร ทนายอุ่นใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2026 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[คดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://tanyaounjai.com/?p=543</guid>

					<description><![CDATA[สถาบันครอบครัว คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของสังคม หาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-48b4addfe0f4567fe73920acdcab7373 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>สถาบันครอบครัว </strong>คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของสังคม หากครอบครัวเข้มแข็ง สถาบันอื่นๆ ในสังคมย่อมเติบโตอย่างมั่นคงตามไปด้วย ในทางกฎหมาย การที่บุคคลสองคนตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในรูปแบบ &#8220;คู่สมรส&#8221; ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของความรู้สึก แต่ยังหมายถึง <strong>สิทธิและหน้าที่ </strong>ที่ตามอีกด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>เมื่อชีวิตคู่ถึงทางตัน การหย่าร้างในมุมมองของกฎหมาย</strong></h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-e5bb43baaa5bc1f74cc6f3a5a0acc16f wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">เมื่อความอดทนในการประคองชีวิตคู่ เผชิญกับบททดสอบมากมาย จนบางครั้งนำไปสู่ความขัดแย้งและการเลิกรากัน กฎหมายไทยไม่ได้มองว่าการหย่าร้างเป็นเพียงการสิ้นสุดความสัมพันธ์ แต่เป็นกลไกในการ <strong>คุ้มครองสิทธิ</strong> ของฝ่ายที่ถูกกระทำ ในการที่เขาจะใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย รวมไปถึงการว่าจ้างทนายความฟ้องคดี เพื่อเรียกร้อง ค่าทดแทน (สินไหมทดแทน)&nbsp; ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างคู่สมรส&nbsp; ค่าเลี้ยงชีพ สินสมรส และสิทธิเกี่ยวกับบุตร</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-35382a87669467f83019c1e39697d349 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">หากคู่สมรสไม่สามารถตกลงแยกทางกันได้โดยสมัครใจ การฟ้องหย่าจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไข <strong>เหตุฟ้องหย่า 10 ประการ</strong>&nbsp; ตามที่บัญญัติไว้ใน<strong>ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516</strong>&nbsp; เท่านั้น เช่น การอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี (ชู้สาว), การทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ หรือการสมัครใจแยกกันอยู่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด&nbsp; เป็นต้น&nbsp;</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-30f84070c8994108cc4a95740b32de13 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">หลังจากการหย่าโดยคำพิพากษาของศาลแล้ว  ไม่ได้ทำให้เพียงหน้าที่ของคนสองคนขาดจากกันทางกฎหมายเท่านั้น  แต่ยังครอบคลุมถึงเรื่องสำคัญ ถึงเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย </p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-e751609dbbeacccf183ff7ffb31ab9ee wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>การแบ่งสินสมรส</strong>&nbsp; การจัดการทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสมรส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-cfa9754500b96ca0ab28fd5ac6b47019 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>ค่าทดแทน (ค่าสินไหมทดแทน)</strong>&nbsp; หากการหย่าเกิดจากการที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำผิดหน้าที่คู่สมรส หรือมีพฤติการณ์เป็นปรปักษ์ต่อชีวิตคู่ ฝ่ายที่เสียหายมีสิทธิเรียกร้องค่าทดแทนได้&nbsp; และกฎหมายยังให้สิทธิในการการเรียกร้อง<strong>ค่าทดแทน</strong>จากบุคคลที่สามที่เป็นต้นเหตุให้ชีวิตคู่พังทลาย (เช่น ชู้หรือคนสนิทที่มีพฤติกรรมในเชิงชู้สาว) ตาม<strong>ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>เจาะลึก 10 เหตุฟ้องหย่า ตามมาตรา 1516</strong></h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-228d3350b81ae75539687c1c6c484160 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 </strong><strong>“ </strong>เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-193c8be2f9ef7d017a2890c25141e25c wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (1) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส เป็นชู้หรือมีชู้ ร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ หรือกระทำกับผู้อื่นหรือยอมรับการกระทำของผู้อื่นเพื่อสนองความใคร่ของตนหรือผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-5b922f3eaaa7972eaf3bee9982af9134 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (2) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-15ffa31855baec4e7d6cf98a5a27c493 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-1575a3bc26871ac04d9b443d27cbf364 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นคู่สมรสของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-01a56fd755cc914918543988451b16c3 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสมาคำนึงประกอบ</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-7cb2fedb5c3bbb93d1a25f967cdda7c3 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-c0e2bb3dc657ef0bea3a8895cbbb4daf wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (3) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาท หรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-ad7a619bd21df3d4b4262f6da372a58c wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (4) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-105dbced3d10478b3d93b794aec4e51f wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (4/1) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปี ในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นคู่สมรสกันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหาย หรือเดือดร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-11a7f3ff3367cb97974790b19bf263f9 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (4/2) คู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-2eaa350c9082c5e21b2b16c2fd71a14c wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (5) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-eb04acc9843b9e4625c169a228d2a1d6 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (6) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสมาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-a593e2b047a5c3da6e61fc8969c538b3 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (7) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-b46a3a04fa06e969b31b14c9b5f45f7f wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (8) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-5196a0dfa19fa881f533a2ab88e4220d wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (9) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-11d734c0b6bfa9a7c406e671d7ef7f57 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (10) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสภาพแห่งกายทำให้ไม่อาจร่วมประเวณี หรือไม่อาจกระทำการหรือยอมรับการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของอีกฝ่ายได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ ”</p>



<h3 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>อธิบายเพิ่มเติม เหตุตาม มาตรา 1516 ได้ดังนี้&nbsp;</strong></h3>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-28b9fb47ecf75c5b0e61ecc9bff496af wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>1. การล่วงเกินในทางชู้สาว (มาตรา 1516 (1)</strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-79d2d001a236134c7c8462fb039b1ffc">
<li><strong>หลักเกณฑ์:</strong> คู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้</li>



<li><strong>รายละเอียด:</strong> ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นอยู่กินเปิดเผย แค่มีการแสดงออกให้คนทั่วไปเข้าใจว่ามีความสัมพันธ์พิเศษ หรือแอบไปมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้อื่นก็เพียงพอ </li>



<li><strong>ตัวอย่าง:</strong> สามีพากิ๊กไปออกงานสังคม หรือภริยาแอบไปนอนโรงแรมกับชายอื่นแล้วมีหลักฐานการเข้าพักหรือแชทสารภาพรัก</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-ce5d02499ced6510b10bc1589f18c2fe wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>2. ประพฤติชั่ว (มาตรา 1516 (2))</strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-97442c7230baaf443ad7c27c728c3584">
<li><strong>หลักเกณฑ์:</strong> อีกฝ่ายประพฤติชั่ว ซึ่งคำว่า <em>&#8220;ประพฤติชั่ว</em>&#8221;  นั้นหมายถึง ความประพฤติปฏิบัติที่ฝ่าฝืนศีลธรรม หรือจารีตประเพณี ซึ่งวิญญูชน คนทั่วไปรู้สึกได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยไม่ได้คำนึงว่าเรื่องนั้นจะมีความผิดทางอาญาหรือไม่ อันทำให้อีกฝ่าย ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือ ได้รับความดูถูกเกลียดชัง หรือ ได้รับความเสียหาย หรือเดือดร้อนเกินควร </li>



<li><strong>ตัวอย่าง:</strong> สามีติดการพนันจนบ้านถูกยึด, ภริยาค้ายาเสพติด, หรือคู่สมรสทำอาชีพผิดกฎหมายร้ายแรง</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-656b1949fe843d8273f8425bbea39681 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>3. ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ / หมิ่นประมาทบุพการี (มาตรา 1516 (3))</strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-d675cd8dade041e5a2c210941d841ee7">
<li class="has-text-color has-link-color wp-elements-434ec5da159e3624e3e0a59e3955aeff" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>หลักเกณฑ์:</strong> ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจของอีกฝ่าย หรือหมิ่นประมาทเหยียดหยามอีกฝ่ายหรือบุพการีของอีกฝ่ายอย่างร้ายแรง   (หากเป็นการกระทำดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องน้อย ไม่เป็นการร้ายแรง ไม่ถือเป็นเหตุในการฟ้องหย่าได้) </li>



<li><strong>ตัวอย่าง:</strong> สามีตบตีภริยาจนบาดเจ็บ, ภริยาด่าทอพ่อแม่ของสามีด้วยคำหยาบคายรุนแรงต่อหน้าสาธารณชน</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-1e909ad9611bf5be6588da9bdce5dbd7 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>4. ทอดทิ้งร้างเกิน 1 ปี (มาตรา 1516 (4))</strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-27e6459d0acbc3fdb6e9e438153ec0ba">
<li><strong>หลักเกณฑ์:</strong> ฝ่ายหนึ่งจงใจทอดทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกิน 1 ปี</li>



<li><strong>ตัวอย่าง:</strong> สามีหนีออกจากบ้านไปอยู่กับที่อื่นโดยไม่ติดต่อกลับมาและไม่ส่งเสียเลี้ยงดูเลยเป็นเวลาเกิน 1 ปี</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-583e7c7f479edaa36adc9f0a81f93552 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>5. ฝ่ายหนึ่งต้องจำคุก (มาตรา 1516 (4/1))</strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-e23a620ba4c0d243a808a6b973e8810d">
<li style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>หลักเกณฑ์:</strong> อีกฝ่ายต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้จำคุกเกิน 1 ปี โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้มีส่วนในการกระทำผิดนั้น</li>



<li><strong>ตัวอย่าง:</strong> ภริยาถูกศาลสั่งจำคุกคดีฉ้อโกงเป็นเวลา 3 ปี และจำคุกไปแล้วเกิน 1 ปี สามีสามารถฟ้องหย่าได้</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-141b7278576d36e72d9fdc9c396e7a8d wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>6. สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี (มาตรา 1516 (4/2))</strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-4bf8b9dc41ee6cff73962296e2191175">
<li><strong>หลักเกณฑ์:</strong> สมัครใจแยกกันอยู่เพราะไม่อาจอยู่ร่วมกันได้โดยปกติสุข หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเกิน 3 ปี</li>



<li><strong>ตัวอย่าง:</strong> ตกลงกันแยกบ้านกันอยู่คนละจังหวัดเพื่อตัดความรำคาญ โดยไม่มีการติดต่อฉันสามีภริยาเลยเกิน 3 ปี</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-9e0663ffa5f2103dd9792b5f2963b413 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>7. เป็นคนสาบสูญเกิน 3 ปี (มาตรา 1516 (5))</strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-bd9345c74059e875ea05b3329423fb97">
<li><strong>หลักเกณฑ์:</strong> อีกฝ่ายถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาโดยไม่มีใครรู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรเกิน 3 ปี</li>



<li><strong>ตัวอย่าง:</strong> สามีหายไปในเหตุการณ์ภัยธรรมชาติหรือหายสาบสูญไปเฉยๆ โดยติดต่อไม่ได้เลยเกิน 3 ปี </li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-fb05053d5dfacb8bda8d523d9f5eed37 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>8. ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดู (มาตรา 1516 (6))</strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-d677ad301e0b0f7e838b10a6f81c9c4a">
<li><strong>หลักเกณฑ์:</strong> ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง</li>



<li><strong>ตัวอย่าง:</strong> สามีมีรายได้แต่ไม่เคยจ่ายค่ากับข้าว ค่าเทอมลูก หรือค่าใช้จ่ายในบ้านเลย ปล่อยให้ภริยารับภาระฝ่ายเดียวจนเดือดร้อน</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-d02a1ed7fb4dce53a3969f7459deed11 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>9. วิกลจริตที่แก้ไม่หายเกิน 3 ปี (มาตรา 1516 (7))</strong></p>



<ul style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list">
<li class="has-text-color has-link-color wp-elements-843325a9f7bc033c40c627eb816fa6c3" style="color:#173364"><strong>หลักเกณฑ์:</strong> อีกฝ่ายวิกลจริตตลอดมาเกิน 3 ปี และความวิกลจริตนั้นยากจะเยียวยา และการอยู่ร่วมกันจะก่อให้เกิดอันตรายหรือเดือดร้อนเกินควร</li>



<li style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>ตัวอย่าง:</strong> ภริยามีอาการทางจิตเวชรุนแรง คุ้มคลั่งทำร้ายคนในบ้าน รักษามา 4 ปีแล้วอาการไม่ดีขึ้น</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-17563939570866c262aae2cbca692d99 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ต้องระวัง:</strong></p>



<ol style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-c3259063e3548ea9209ce9b172daee18">
<li><strong>โรคติดต่อร้ายแรง (1516 (9)):</strong> หากอีกฝ่ายเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายแก่อีกฝ่าย และเป็นโรคเรื้อรังที่แก้ไม่หาย ก็เป็นเหตุฟ้องหย่าได้</li>



<li><strong>สภาพร่างกายไม่อาจร่วมประเวณีได้ (1516 (10)):</strong> หากอีกฝ่ายมีสภาพร่างกายจนไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล (ต้องไม่ใช่เพราะอายุมาก) ก็ฟ้องหย่าได้</li>
</ol>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-3eafffc3c7880e11c5558f1dc4c28847 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>10. ผิดทัณฑ์บนที่ทำไว้เป็นหนังสือ (มาตรา 1516 (8))</strong></p>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-78713f4ff1280cdc25808ea467341622">
<li><strong>หลักเกณฑ์:</strong> ฝ่ายหนึ่งทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือ ว่าจะไม่ประพฤติชั่วอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่แล้วกลับฝ่าฝืนทัณฑ์บนนั้น   (<strong>หมายเหตุ</strong> ทัณฑ์บนที่ว่าจะต้องทำเป็นหนังสือเท่านั้น ไม่ใช่เพียงการเจรจาด้วยปากเปล่า ทั้งในกรณีที่ศาลเห็นว่าเป็นเหตุเล็กน้อย ไม่สำคัญเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันของคู่สมรสโดยปกติ ศาลจะไม่พิพากษาให้หย่าขาดจากกันก็ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1517 วรรค 3 ) </li>



<li><strong>ตัวอย่าง:</strong> สามีเคยทำหนังสือสัญญาไว้ว่า &#8220;จะไม่ดื่มเหล้าและทำร้ายร่างกายภริยาอีก&#8221; แต่ต่อมากลับดื่มเหล้าและลงมือทำร้ายภริยาตามเดิม </li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>หลักฐานที่ใช้ในการฟ้องหย่า</strong></h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-a33c94e2098cb8e57a8c25fd280a17e3 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">การฟ้องหย่าต้องมี <strong>พยานหลักฐาน</strong> ที่ชัดเจนในแต่ละเหตุ (เช่น เหตุในการฟ้องหย่าเนื่องจากมีพฤติกรรมมีชู้ ตาม มาตรา 1516 (1) หลักฐานที่ใช้ จะเป็น รูปถ่าย, บันทึกประจำวัน, พยานบุคคล, หลักฐานทางการเงินมีการโอนเงินให้กัน หรือมีหลักฐานการเปิดห้องพักโรงแรม  แชทการสนทนา อีเมล  เป็นต้น )  </p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-d246c150070e5c6cabaa7e4e54a0786f wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ที่สำคัญ หากสาเหตุในการฟ้องหย่าเกิดจากบุคคลที่มาเป็นชู้ คู่สมรสอีกฝ่าย ยังสามารถเรียกค่าทดแทนจากบุคคลนั้นได้อีกด้วย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 <br></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="724" height="1024" src="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-9-เรื่องหย่า-1-724x1024.png" alt="" class="wp-image-545" srcset="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-9-เรื่องหย่า-1-724x1024.png 724w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-9-เรื่องหย่า-1-212x300.png 212w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-9-เรื่องหย่า-1-768x1086.png 768w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-9-เรื่องหย่า-1-1086x1536.png 1086w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-9-เรื่องหย่า-1-1448x2048.png 1448w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-9-เรื่องหย่า-1.png 1587w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>



<div class="wp-block-buttons is-content-justification-center is-layout-flex wp-container-core-buttons-is-layout-fe0a7de2 wp-block-buttons-is-layout-flex">
<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-palette-color-2-background-color has-background has-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/" style="border-color:var(--theme-palette-color-1, #2872fa);border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หน้าแรก</a></div>



<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-background has-border-color has-pale-pink-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/contact-us/" style="border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;background-color:#df181d;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ติดต่อเรา</a></div>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tanyaounjai.com/reason-for-divorce/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พินัยกรรม</title>
		<link>https://tanyaounjai.com/testament/</link>
					<comments>https://tanyaounjai.com/testament/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นพภัสสร ทนายอุ่นใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://tanyaounjai.com/?p=547</guid>

					<description><![CDATA[พินัยกรรม คือ การแสดงเจตนาล่วงหน้าของบุคคลไว้ ก่อนถึงแก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>พินัยกรรม </strong>คือ</h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-bd6408d941bc9eaf2e10b187d75ac32c wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">การแสดงเจตนาล่วงหน้าของบุคคลไว้ <strong>ก่อนถึงแก่ความตาย</strong> ว่าเมื่อผู้ทำพินัยกรรมเสียชีวิตแล้ว ทรัพย์สินของเขาจะตกเป็นของใคร และให้ใครเป็นผู้จัดการมรดก การที่พินัยกรรมจะมีผลบังคับตามกฎหมายได้ <strong>ต้องเกิดขึ้นหลังจากผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายแล้วเท่านั้น</strong></p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-ec887bda16c3eeadbabe6d7567ac80c9 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">หากเจ้าของทรัพย์สิน ได้ทำการโอน ยกให้ หรือมอบทรัพย์สินแก่ผู้อื่นไปแล้ว&nbsp;<strong>ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่</strong>&nbsp;การโอนดังกล่าว&nbsp;<strong>ไม่ถือเป็นพินัยกรรม</strong>&nbsp;แต่เป็นการให้โดยเสน่หา ซึ่งมีผลทางกฎหมายแตกต่างโดยสินเชิง</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ทำไมคนที่ยังมีชีวิตอยู่จึงควรทำพินัยกรรม</strong></h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-599715244a2772fff967f5bb0cd97508 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">เมื่อบุคคลมีทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน เงินฝาก รถยนต์ หุ้น หรือทรัพย์สินอื่นใด ย่อมมีความตั้งใจที่จะส่งต่อทรัพย์สินเหล่านั้นให้แก่<strong>บุคคลอันเป็นที่รัก</strong> หรือ<strong>บุคคลที่เห็นว่าสมควรได้รับ</strong>  เพื่อดูแลทรัพย์สินต่อไปภายหน้า หลังจากตนเสียชีวิตของตนเอง หรือ กำหนดบุคคลผู้ควรรับพินัยกรรมไว้ก่อนเพื่อช่วยลดปัญหาขอพิพาทอันไม่อาจคาดเดาได้ อันเกิดจากการแย่งชิงทรัพย์มรดกของทายาท หลังจากการตายแล้ว จนนำไปสู่การว่าจ้างทนายความ เพื่อนำความเข้าสู่กระบวนการทางศาล เสียทั้งเงิน ญาติพี่น้อง และเวลา</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-d10288c5b889da4e5dcf07fe2c74ee88 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">การทำพินัยกรรม ช่วยลดปัญหาต่างๆ ที่อาจขึ้นหลังการตายของเจ้ามรดก (ผู้ทำพินัยกรรม) ได้เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การข้อโต้แย้งหรือแย่งชิงทรัพย์สินกันระหว่างทายาท</li>



<li>ทรัพย์สินตกไปอยู่ในมือบุคคลที่ผู้ตายไม่ประสงค์ให้ได้รับ</li>



<li>การแบ่งทรัพย์มรดกที่ไม่เป็นธรรม หรือไม่ตรงตามความตั้งใจของผู้ตาย</li>



<li>เกิดข้อพิพาทเป็นคดีความมรดกยืดเยื้อกันอยู่ในชั้นศาล สร้างภาระทั้งด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว</li>
</ul>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-aceca94c76c3a77c7804672811ca8dc6 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ด้วยเหตุนี้ <strong>การทำพินัยกรรม</strong> จึงเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่สำคัญ ในการป้องกันตั้งแต่ต้น ด้วยการวางแผนทรัพย์สินและการทำพินัยกรรมไว้อย่างถูกต้อง ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ และยังเป็นการ<strong>กำหนดทิศทางของทรัพย์สินอย่างชัดเจน</strong> ว่าใครควรเป็นผู้รับมรดกโดยพินัยกรรม ทรัพย์สินส่วนใดควรตกเป็นของใคร และใครควรเป็นผู้จัดการมรดก ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของเจ้าของทรัพย์อย่างแท้จริง  ซึ่งถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบและความห่วงใยต่อบุคคลที่อยู่ข้างหลังอย่างแท้จริง</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-8ea4d3d24b502538b2b4b35099a71721 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">พินัยกรรมสะท้อนถึงความรับผิดชอบของผู้ทำ ที่ไม่ต้องการให้ทรัพย์สินซึ่งสร้างมาด้วยความอุตสาหะ กลายเป็นภาระหรือเป็นชนวนแห่งความขัดแย้งของคนที่อยู่ต่อไปหลังจากตนเสียชีวิต</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>คุณสมบัติในการทำพินัยกรรม </strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ทำพินัยกรรม (เจ้าของมรดก) ถือเป็นสาระสำคัญที่สุดที่มองข้ามไม่ได้ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับเกณฑ์อายุและสติสัมปชัญญะของเจ้าของทรัพย์ขณะทำพินัยกรรมไว้สองประการหลัก ดังนี้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. </strong><strong>เกณฑ์อายุ: ผู้ทำพินันกรรมต้องมีอายุเกิน 15 </strong><strong>ปีบริบูรณ์ ( ป.พ.พ. มาตรา 1703)&nbsp;</strong>นั่นหมายความว่า เจ้าของทรัพย์สินจะต้องมีอายุ 15 ปีบริบูรณ์บวกอีก 1 วันขึ้นไป ในวันที่ลงมือทำพินัยกรรม หากทำขึ้นก่อนหน้านั้น แม้จะได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง พินัยกรรมฉบับนั้นก็จะตกเป็น&nbsp;<strong>โมฆะ&nbsp;</strong>(ไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายตั้งแต่แรก) ทันที</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. </strong><strong>สติสัมปชัญญะ: ต้องไม่เป็นบ้า หรือบุคคลไร้ความสามารถ ( ป.พ.พ. มาตรา 1704)&nbsp;</strong>ในขณะที่ทำพินัยกรรม เจ้าของทรัพย์สินจะต้องมีสติสัมปชัญญะที่ครบถ้วนสมบูรณ์ โดยกฎหมายมีข้อห้ามสำคัญ 2 กรณี</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ต้องไม่เป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ:</strong> หากศาลมีคำสั่งให้บุคคลใดเป็นคนไร้ความสามารถ (เนื่องจากวิกลจริต) บุคคลนั้นจะไม่สามารถทำพินัยกรรมได้เลย หากทำขึ้นพินัยกรรมจะเป็น <strong>โมฆะ</strong></li>



<li><strong>ขณะทำต้องไม่เป็นคนบ้า (วิกลจริต) ที่ศาลยังไม่ได้สั่ง:</strong> ในกรณีที่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ แต่ใน <strong>“ขณะลงมือทำพินัยกรรม”</strong> บุคคลนั้นมีอาการจริตวิกล หรือขาดสติสัมปชัญญะ ไม่สามารถรับรู้ผิดชอบได้ พินัยกรรมนั้นจะตกเป็นโมฆะเช่นกัน</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong><strong>พินัยกรรมสามารถทำได้ทั้งหมด 5 แบบ</strong></strong></h2>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li><strong>พินัยกรรมแบบธรรมดา</strong> (ป.พ.พ. มาตรา 1656) เป็นแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด โดยหลักแล้วจะต้องมีพยาน 2 คน  อยู่พร้อมกัน และลงลายมือชื่อเป็นพยานต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม</li>



<li><strong>พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ</strong> (ป.พ.พ. มาตรา 1657) เป็นการเขียนข้อความด้วยลายมือของผู้ทำพินัยกรรมเองทั้งฉบับ (ไม่จำเป็นต้องมีพยาน 2 คน) </li>



<li><strong>พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง</strong> (ป.พ.พ. มาตรา 1658) เป็นการแสดงเจตนาต่อ เจ้าพนักงาน เช่น นายอำเภอ ซึ่งวิธีการนี้ต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน และจะมีเจ้าพนักงานบันทึกข้อความในพินัยกรรมให้ และพินัยกรรมจะต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คน วิธีการนี้ตามกฎหมายมีความน่าเชื่อถือสูง และโอกาสในการถูกโต้แย้งเรื่องความไม่ชอบพินัยกรรมมีน้อย</li>



<li><strong>พินัยกรรมแบบลับ (</strong> ป.พ.พ. มาตรา 1660) เป็นการจัดทำเอกสารพินัยกรรมเองหรือให้ผู้อื่นจัดทำ แล้วปิดผนึกเอกสาร  แสดงต่อเจ้าพนักงานและพยาน 2 คน ว่าเป็นพินัยกรรมของตน เนื้อหาถูกปกปิด </li>



<li><strong>พินัยกรรมแบบวาจา (</strong>ป.พ.พ. มาตรา 1663) จะใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น อยู่ในภาวะอันตรายใกล้ตาย อยู่ในเรือที่เดินทะเล อยู่ในเขตสงคราม เวลามีโรคระบาด เป็นต้น ผู้ทำพินัยกรรมสามารถพูดเอ่ยต่อหน้าพยาน 2 คน ได้ถือว่าใช้ได้ หลังจากนั้นพยานทั้ง 2 ต้องรีบนำข้อความไปแจ้งอำเภอให้เร็วที่สุด</li>
</ol>



<ol style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-7b0f50c89bb77959f1c25e2c9178b7b8"></ol>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>หลักการเขียนพินัยกรรม</strong>ตามกฎหมาย </h2>



<p class="wp-block-paragraph">ในการร่างพินัยกรรม มีกฎหมายอ้างอิง ดังต่อไปนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&nbsp;</strong><strong>มาตรา&nbsp;</strong>1656 “พินัยกรรมนั้น จะทำตามแบบดังนี้ก็ได้ กล่าวคือต้องทำเป็นหนังสือลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำขึ้น และผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ซึ่งพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การขูดลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่จะได้ปฏิบัติตามแบบอย่างเดียวกับการทำพินัยกรรมตามมาตรานี้”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&nbsp;</strong><strong>มาตรา1671&nbsp;</strong>“เมื่อบุคคลใดนอกจากผู้ทำพินัยกรรมเป็นผู้เขียนข้อความแห่งพินัยกรรม บุคคลนั้นต้องลงลายมือชื่อของตนทั้งระบุว่าเป็นผู้เขียน</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ถ้าบุคคลนั้นเป็นพยานด้วย ให้เขียนข้อความระบุว่าตนเป็นพยานไว้ต่อท้ายลายมือชื่อของตนเช่นเดียวกับพยานอื่น ๆ “</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์</strong><strong>มาตรา 1654</strong>&nbsp;“ความสามารถของผู้ทำพินัยกรรมนั้นให้พิจารณาแต่ในเวลาที่ทำพินัยกรรมเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ความสามารถของผู้รับพินัยกรรมนั้น ให้พิจารณาแต่ในเวลาที่ผู้ทำพินัยกรรมตายเท่านั้น”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์</strong><strong>มาตรา1704&nbsp;</strong>&nbsp; “พินัยกรรมซึ่งบุคคลผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้นเป็นโมฆะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พินัยกรรมซึ่งบุคคลผู้ถูกอ้างว่าเป็นคนวิกลจริต แต่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้น จะเป็นอันเสียเปล่าก็แต่เมื่อพิสูจน์ได้ว่าในเวลาที่ทำพินัยกรรมนั้นผู้ทำจริตวิกลอยู่” &nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เนื่องจากกฎหมายกำหนดรูปแบบการเขียนพินัยกรรมไว้ ชัดเจน ถ้าเขียนไม่ถูกต้องจะทำให้พินัยกรรมนั้นเป็นผล<strong>โมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา </strong><strong>1705)</strong> เพื่อให้ถูกต้อง และมีผลบังคับตามกฎหมายได้จริง ผู้ทำพินัยกรรมจึงนิยมว่าจ้างให้ทนายความดำเนินการร่างพินัยกรรมให้ โดยมีองค์ประกอบการเขียนพินัยกรรมดังนี้ </p>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li>พินัยกรรมต้องทำเป็นหนังสือ</li>



<li>ให้ระบุว่าพินัยกรรมที่ทำขึ้นนั้นเป็นพินัยกรรมของใคร&nbsp;</li>



<li>ระบุสถานที่ทำพินัยกรรม</li>



<li>ระบุ วัน เดือน ปี ขณะทำพินัยกรรม</li>



<li>ระบุว่าขณะที่ผู้ทำพินัยกรรมได้ทำพินัยกรรมขึ้นในขณะที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ด้วยความสมัครใจ ข้อความในพินัยกรรมตรงตามเจตนาที่แท้จริง </li>



<li>ให้ระบุชื่อผู้รับพินัยกรรม เป็นชื่อบุคคล หรือนิติบุคคล ที่เป็นผู้รับพินัยกรรมว่าเป็นใครไปเลย</li>



<li>ผู้ทำพินัยกรรมจะพิมพ์นิ้วมือก็ได้ และต้องมีพยานลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วย 2 คน (ป.พ.พ. มาตรา 1665) เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรมแบบทำเองทั้งฉบับจะพิมพ์นิ้วมือไม่ได้ต้องเซ็นชื่อเท่านั้น (ป.พ.พ. 1657 วรรคท้าย) </li>



<li>ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงชื่อต่อหน้าพยาน 2 คน และพยาน 2 คนก็ต้องลงชื่อต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม เช่นกัน และพยานต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
<ol start="1" class="wp-block-list">
<li>พยานต้องไม่เป็นผู้รับพินัยกรรม และ/หรือ คู่สมรสของผู้รับพินัยกรรม (ป.พ.พ. มาตรา 1653)</li>



<li>พยานจะพิมพ์ลายนิ้วไม่ได้ <strong>จะต้องเซ็นชื่อเป็นพยานอย่างเดียว</strong> (ป.พ.พ. มาตรา 1666)</li>



<li>พยานต้องบรรลุนิติภาวะ (ป.พ.พ. มาตรา 1670)</li>



<li>พยานต้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริต /เสมือนไร้ความสามารถ (ป.พ.พ. มาตรา 1670)</li>



<li>พยานต้องไม่หูหนวก เป็นใบ้ ตาบอด 2 ข้าง (ป.พ.พ. มาตรา 1670)</li>
</ol>
</li>



<li>ผู้ทำพินัยกรรมจะระบุทรัพย์สินยกทรัพย์สินให้บุคคลอื่นได้เฉพาะทรัพย์สินของตนเท่านั้น จะทำพินัยกรรมยกสินสมรสที่ยังไม่ได้แบ่งให้กับบุคคลอื่นไม่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1481) </li>



<li>หากมีการขูด ลบ ตก เติม หรือแก้ไข เปลี่ยนแปลง ต้องเซ็นกำกับไว้ด้วย&nbsp;</li>



<li>บุคคลอื่นผู้เขียนพินัยกรรมให้ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงชื่อผู้เขียน และถ้าเป็นพยานด้วยก็ให้ต่อท้ายเป็นพยานด้วย โดยเขียนว่า  <strong>“</strong><strong>ผู้เขียน/พยาน”  </strong>(ป.พ.พ. มาตรา 1671)</li>



<li><strong>แนะนำเพิ่มเติม</strong> ในการทำพินัยกรรมทุกครั้ง <strong>ควรทำการถ่ายภาพและอัดวีดิโอไว้ทุกครั้ง</strong> เพื่อตัดข้อกังขาเรื่องการทำพินัยปลอม พินัยกรรมไม่ถูกต้องต้อง</li>
</ol>



<ol style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-4ebba270061c276a474cefd73dbec44f"></ol>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ตัวอย่างการเขียนพินัยกรรม</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1587" height="2245" src="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบ-หัวข้อ-8-พินัยกรรม-1.png" alt="พินัยกรรม" class="wp-image-548" srcset="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบ-หัวข้อ-8-พินัยกรรม-1.png 1587w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบ-หัวข้อ-8-พินัยกรรม-1-212x300.png 212w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบ-หัวข้อ-8-พินัยกรรม-1-724x1024.png 724w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบ-หัวข้อ-8-พินัยกรรม-1-768x1086.png 768w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบ-หัวข้อ-8-พินัยกรรม-1-1086x1536.png 1086w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบ-หัวข้อ-8-พินัยกรรม-1-1448x2048.png 1448w" sizes="(max-width: 1587px) 100vw, 1587px" /></figure>



<div class="wp-block-buttons is-content-justification-center is-layout-flex wp-container-core-buttons-is-layout-fe0a7de2 wp-block-buttons-is-layout-flex">
<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-palette-color-2-background-color has-background has-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/" style="border-color:var(--theme-palette-color-1, #2872fa);border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หน้าแรก</a></div>



<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-background has-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/contact-us/" style="border-color:#f78da7;border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;background-color:#df181d;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ติดต่อเรา</a></div>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tanyaounjai.com/testament/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลิกจ้างไม่เป็นธรรม</title>
		<link>https://tanyaounjai.com/unfair-dismissal/</link>
					<comments>https://tanyaounjai.com/unfair-dismissal/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นพภัสสร ทนายอุ่นใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Jan 2026 02:09:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[คดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://tanyaounjai.com/?p=559</guid>

					<description><![CDATA[กฎหมายแรงงาน วิวัฒนาการมาจากระบบทาส ซึ่งเดิมมีการจ่ายค่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-e0db00ea1ceadfe883ac0dbbbe213937 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">กฎหมายแรงงาน วิวัฒนาการมาจากระบบทาส ซึ่งเดิมมีการจ่ายค่าจ้างเป็นที่อยู่อาศัย  หรือทรัพย์มิใช่ตอบแทนด้วยเงิน อย่างสมัยปัจจุบัน  นอกจากนี้ทาสก็ยังเป็นทรัพย์สินของเจ้านายที่สามารถซื้อขายกันได้  การใช้ทาสในสมัยก่อนจึงมีลักษณะเป็นการบังคับใช้แรงงาน  </p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-49aedac83c33ba72c6c1200be9c24c14 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ปัจจุบันคำว่าว่าทาสหมดไป เหลือไว้เพียง คำว่า <strong>“ลูกจ้าง”</strong> และ <strong>&#8220;นายจ้าง&#8221;</strong>  นายจ้างไม่มีสิทธิจะใช้แรงงานลูกจ้างได้ตามอำเภอใจ นายจ้างต้องปฎิบัติตามกฎหมาย เพราะว่ามีกฎหมายหลายฉบับ ที่บัญญัติขึ้นมานั้น มุ่งประสงค์เพื่อเป็นการคุ้มครองลูกจ้างให้ได้รับความเป็นธรรมไว้เป็นส่วนใหญ่  เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541  พระราชบัญญัติรายงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518   พระราชบัญญัติเงินทดแทน  พ.ศ. 2537 เป็นต้น เมื่อมีกฎหมายหลายฉบับให้การคุ้มครอง สิทธิ และหน้าที่ของลูกจ้างเอาไว้ การที่นายจ้าง เลิกจ้างลูกจ้างด้วยเหตุผลไม่เป็นธรรม ลูกจ้างที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถว่าจ้างทนายฟ้องคดี เพราะเหตุการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม อันเป็น <strong>“ความผิดต่อกฎหมาย”</strong> ได้ และนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้างนอกเหนือจากเงินประเภทอื่น ซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้กับลูกจ้าง </p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>สิทธิและหน้าที่ ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง</strong></h2>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-d183f68c53aefc0c0d878e6d7c86f20e wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);"><strong>ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575</strong> “ อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้”</p>



<p class="has-text-color has-link-color wp-elements-559b3ffee549b77e6944b558ab9ac425 wp-block-paragraph" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">การจ้างแรงงานจึงเป็นการแสดงเจตนาโดยชัดแจ้ง คือ นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานให้ และตกลงจ่ายเงินค่าจ้างให้ ส่วนลูกจ้างก็ตกลงทำงานให้   ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง อาจเกิดขึ้นโดยปริยายเพียงการตกลงว่าจ้างกันด้วยวาจา  ไม่ได้ทำเป็นสัญญาก็ได้   หากปรากฎว่ามีการทำงาน  อันมีลักษณะไม่ใช่เป็นการทำงานให้เปล่า  ลูกจ้างก็ยอมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานแล้ว นายจ้างปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ </p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-medium"><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="300" src="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อที่-5-แรงงาน-1-300x300.png" alt="หลักของการจ้างงานคือต่าตอบแทนเป็นเงินเท่านั้น" class="wp-image-560" srcset="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อที่-5-แรงงาน-1-300x300.png 300w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อที่-5-แรงงาน-1-1024x1024.png 1024w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อที่-5-แรงงาน-1-150x150.png 150w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อที่-5-แรงงาน-1-768x768.png 768w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อที่-5-แรงงาน-1.png 1080w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>สิทธิและหน้าที่ของนายจ้าง</strong></h2>



<ul style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);" class="wp-block-list has-text-color has-link-color wp-elements-e8aee3cafb65b7597fc29daf43590501">
<li>นายจ้างมีสิทธิใช้อำนาจบังคับบัญชาโดยการออกคำสั่งลงโทษลูกจ้าง ในการทำงานได้ (มาตรา 583)</li>



<li>โอนสิทธิของตนให้บุคคลภายนอกโดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง(มาตรา 577)</li>



<li>นายจ้างมีหน้าที่ในการจ่ายค่าจ้างตามหลัก No Work No Pay และไม่อาจยกข้อต่อสู้ว่าลูกจ้างกระทำความผิดร้ายแรงเพื่อไม่จ่ายคำจ้าง</li>



<li>นายจ้างมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง และจัดสวัสดิการให้แก่ลูกจ้าง และหากเกิดอันตรายต่อลูกจ้าง นายจ้างไม่อาจปฏิเสธความรับผิดได้</li>



<li>หากลูกจ้างขอให้นายจ้างออกใบรับรองการทำงานให้ หลังจากที่การทำงานสิ้นสุดลงแล้ว นายจ้างมีหน้าที่ต้องออกใบรับรองการทำงานให้ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับเวลา และ ลักษณะของงานที่ทำ (มาตรา  585)</li>



<li>ลูกจ้างเป็นบุคคลที่นายจ้างเอามาจากต่างถิ่น และนายจ้างได้ออกค่าเดินทางให้ หากการจ้างแรงงานได้สิ้นสุดลงแล้วและไม่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น ทั้งการเลิกจ้างนั้นมิได้เกิดจากความผิดของลูกจ้างและกลับไปยังถิ่นเดิมภายในระยะเวลาสมควร นายจ้างต้องออกค่าเดินทางกลับให้ลูกจ้างด้วย (มาตรา 586)</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>สิทธิและหน้าที่ของลูกจ้าง</strong></h2>



<ul class="wp-block-list">
<li>ลูกจ้างมีสิทธิได้รับสินจ้างหรือค่าจ้างเป็นการตอบแทนการทำงาน</li>



<li class="has-text-color has-link-color wp-elements-efb3cc43c4ff5de6b52f5bb02e236682" style="color:#173364">ลูกจ้างมิสิทธิได้รับการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน</li>



<li>ลูกจ้างมิสิทธิได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน</li>



<li class="has-text-color has-link-color wp-elements-44d01ac1a81a8114c13f05d4fec1fe12" style="color:#173364;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.156), 16px);">ลูกจ้างมีสิทธิให้นายจ้างออกหนังสือรับรองการทำงานเมื่อสัญญาจ้างแรงงานสิ้นสุดลง</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างได้ ไม่ผิดตามกฎหมาย</strong></h2>



<ol class="wp-block-list">
<li>เลิกจ้างตามกำหนดเวลา เมื่อสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาแน่นอน เช่น สัญญาจ้างระบุว่ามีกำหนดระยะเวลา 1 ปี เมื่อครบกำหนด 1 ปี สัญญาจ้างจึงระงับลง </li>



<li>ตามหลักกฎหมายทั่วไป กล่าวคือ เมื่อสัญญาครบกำหนดเวลาจ้างแรงงานสัญญาก็สิ้นสุดลง </li>



<li>ลูกจ้างกระทำผิด ตาม<strong>ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583</strong> “ ถ้าลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายก็ดี หรือละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเช่นว่านั้น เป็นอาจิณก็ดี ละทิ้งการงานไปเสียก็ดี กระทำความผิดอย่างร้ายแรงก็ดี หรือทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตก็ดี ท่านว่านายจ้างจะไล่ออกโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือให้สินไหมทดแทนก็ได้   </li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">          กล่าวคือนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างได้เลยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า กรณีดังนี้ </p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมาย</li>



<li>ลูกจ้างละเลยำม่ทำตามคำสั่งเป็นประจำ</li>



<li>ลูกจ้างทิ้งงาน</li>



<li>&nbsp;ลูกจ้างทำผิดอย่างร้ายแรง</li>



<li>ลูกจ้างเรื่องอื่นๆ ไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เสร็จโดยถูกต้องและสุจริต &#8221; </li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7189/2562</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการทำงานโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงต่อการรักษาความลับและพันธกรณีอื่น ๆ โดยโจทก์ยินยอมที่ป้องกันรักษาความลับของข้อมูลและสารสนเทศของจำเลย อันแสดงให้เห็นว่า จำเลย ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจการของจำเลย การที่โจทก์นำข้อมูลเอกสารหมาย ล.5 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับกิจการและการบริหารจัดการองค์กรของจำเลยเพื่อรับรองมาตรฐานการฝึกอบรมและการประเมินของจำเลยส่งเข้าจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัวของโจทก์ ทำให้ง่ายต่อการส่งข้อมูลดังกล่าวต่อไป หรือนำข้อมูลออกไปโดยจำเลยไม่อาจติดตามได้ การกระทำของโจทก์ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่สุจริตและเป็นการนำความลับของจำเลยไปเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย และถือเป็นการกระทำผิดวินัยตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 33.4 และ 33.5 เป็นกรณีร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (2) (4) ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 และไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6609/2561</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่โจทก์ให้ ณ. เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารจำเลย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค และเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคาร ท. สาขาหนึ่งพัน โดยโจทก์ออกค่าใช้จ่ายให้จากนั้นให้ ณ. สั่งจ่ายเช็คธนาคาร ท. จำนวนเงิน 50,000,000 บาท ให้ตนเองแล้วโจทก์นำเช็คดังกล่าวเรียกเก็บเงินที่ธนาคารจำเลย สาขาซีคอนสแควร์ เพื่อเข้าบัญชีของ ณ. ที่ธนาคารจำเลยสาขาพาราไดซ์ พาร์ค ทั้งที่โจทก์รู้อยู่แล้วว่าเงินในบัญชีของ ณ. ไม่พอจ่ายตามเช็คและยังกระทำในลักษณะเดียวกันนี้อีกสามครั้งโดยมีเจตนาเพื่อเพิ่มยอดเงินฝากของธนาคารจำเลย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค อันเป็นการสร้างผลงาน (KPI) ของโจทก์ ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตทำให้ตนเองได้รับประโยชน์ว่าสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย การกระทำของโจทก์ส่งผลให้จำนวนเงินที่จำเลยรับฝากผิดไปจากความเป็นจริงทำให้การแปลผลการประกอบการของจำเลยไม่ตรงความจริงตามไปด้วย ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของตลาดเงิน จำเลยประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ซึ่งต้องอาศัยความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชนเป็นสำคัญ การกระทำดังกล่าวอาจทำให้จำเลยขาดความเชื่อถือไว้วางใจในการประกอบธุรกิจส่งผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้ เป็นการกระทำฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ระบุไว้ว่าพนักงานต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต พนักงานผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์อันมิควรได้เป็นการทุจริตต่อหน้าที่และผิดวินัยอย่างร้ายแรง และที่ระบุไว้ว่าพนักงานผู้ใดจงใจในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับของธนาคารอาจเป็นเหตุให้ธนาคารได้รับความเสียหายถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง อีกทั้งการที่โจทก์มอบรหัสประจำตำแหน่ง (Password) ของตนเองให้ ว. เพื่อใช้อนุมัติรายการนำฝากเช็คดังกล่าวเข้าบัญชีนั้น โจทก์เป็นผู้จัดการสาขา รหัสประจำตำแหน่ง (Password) ของโจทก์สามารถใช้ทำธุรกรรมการเงินของสาขาได้ทั้งหมด ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายทางการเงินสูงมาก การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนระเบียบการปฏิบัติงานประจำวันของสำนัก/สาขา ที่ระบุไว้ว่าห้ามบอกกล่าวหรือแสดงสัญลักษณ์ใด ๆ อันทำให้ผู้อื่นล่วงรู้ User ID และ Password ของตนเอง มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดอย่างร้ายแรง และที่ระบุไว้ว่าในระหว่างวันทำการ หากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ มีความจำเป็น ต้องมอบหมายงานให้เจ้าหน้าที่ท่านอื่นปฏิบัติงานแทน ห้ามมอบหมาย Password ของตนเองอย่างเด็ดขาด การกระทำของโจทก์ทั้งสองกรณีเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของจำเลยอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมกรณีที่ร้ายแรงแล้ว ดังนั้น การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุดังกล่าวจึงเป็นการเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 วรรคหนึ่ง (4)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการพิจารณาว่าโจทก์มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 มิใช่พิจารณาว่าหากการเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแล้ว โจทก์ก็มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากจำเลยดังที่โจทก์อ้าง เมื่อโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของจำเลยอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมกรณีร้ายแรงแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสี่&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม คือ</strong> ? </h2>



<p class="wp-block-paragraph">การเลิกจ้างเป็นอำนาจของนายจ้าง แต่นายจ้างไม่สามารถให้ลูกจ้างออกจากงานโดย <strong>ไม่มีเหตุอันสมควร</strong> ถูกกลั่นแกล้ง ไม่สุจริต หรือ <strong>ฝ่าฝืนขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้</strong> ซึ่งรวมถึง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ไร้เหตุอันสมควร:</strong> เช่น เลิกจ้างเพราะลูกจ้างไม่สวย, มาสายเพียงวันเดียว, หรือการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต</li>



<li><strong>ฝ่าฝืนขั้นตอน:</strong> ไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับการทำงาน หรือข้อตกลงสภาพการจ้างที่ระบุไว้</li>



<li><strong>ขัดต่อกฎหมายเฉพาะ:</strong> เช่น เลิกจ้างโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ฯ (การใช้สิทธิรวมกลุ่มทางแรงงาน) หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฯ</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ลูกจ้างเรียกร้องอะไรได้บ้าง?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องเอากับนายจ้าง ตามกฎหมาย ได้ดังต่อไปนี้ </p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ค่าชดเชย (Severance Pay):</strong> ตามอายุงาน (ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541)</li>



<li><strong>ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม:</strong> ศาลอาจสั่งให้นายจ้างรับกลับเข้าทำงาน หรือจ่ายค่าเสียหายแทน (โดยพิจารณาจากอายุงานและความเดือดร้อน)</li>



<li><strong>สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า:</strong> หากนายจ้างให้ออกทันทีโดยไม่แจ้งล่วงหน้าตามรอบจ่ายเงิน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม กฎหมายไม่ได้กำหนดรูปแบบไว้เป็นการเฉพาะ เพราะกฎหมายต้องการให้อำนาจกับศาลเป็นผู้ใช้ดุลพินิจความความเหมาะสมและเป็นธรรม&nbsp;&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ค่าชดเชย</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>คำนิยาม  ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 </strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong> มาตรา 5 </strong>“ ในพระราชบัญญัตินี้ </p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong> &#8220;ค่าชดเชย”</strong> หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง นอกเหนือจากเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หลักกฎหมาย&nbsp;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>มาตรา 118</strong> “ ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง ดังต่อไปนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">(1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">(2) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">(3) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">(4) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">(5) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปี แต่ไม่ครบยี่สิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">(6) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเลิกจ้างตามมาตรานี้ หมายความว่า การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามจะกระทำได้สำหรับการจ้างงานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้างซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอนหรือในงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุด หรือความสำเร็จของงาน หรือในงานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น ซึ่งงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปีโดยนายจ้างและลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong> มาตรา 118/1</strong> “การเกษียณอายุตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันหรือตามที่นายจ้างกำหนดไว้ ให้ถือว่าเป็นการเลิกจ้างตามมาตรา 118 วรรคสอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในกรณีที่มิได้มีการตกลงหรือกำหนดการเกษียณอายุไว้ หรือมีการตกลงหรือกำหนดการเกษียณอายุไว้เกินกว่าหกสิบปี ให้ลูกจ้างที่มีอายุครบหกสิบปีขึ้นไปมีสิทธิแสดงเจตนาเกษียณอายุได้โดยให้แสดงเจตนาต่อนายจ้างและให้มีผลเมื่อครบสามสิบวันนับแต่วันแสดงเจตนา และให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่เกษียณอายุนั้น ตามมาตรา 118 วรรคหนึ่ง ”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หลักเกณฑ์ </strong> เมื่อนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง เหตุไม่เป็นธรรม  นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้างนอกเหนือจากเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ตาม<strong>พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 </strong>มาตรา 118 และมาตรา 118/1 ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ </p>



<p class="wp-block-paragraph">1. นายจ้างเลิกจ้าง ไม่ใช้ลูกจ้างสมัครลาออกเอง&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">          1.1 นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้</p>



<p class="wp-block-paragraph">         1.2 ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">        1.3 ลูกจ้างเกษียณอายุตามที่ได้ตกลงกันหรือตามที่นายจ้างกำหนดตามมาตรา 118/1</p>



<p class="wp-block-paragraph">               1.3.1 หากมิได้ตกลงหรือกำหนดไว้ หรือตกลงกันหรือกำหนดไว้เกินกว่า 60 ปี ให้ลูกจ้างที่มีอายุครบ <br>60 ปีขึ้นไป มิสิทธิแสดงเจตนาเกษียณอายุได้ต่อนายจ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">               1.3.2 เมื่อครบ 30 วันนับแต่วันแสดงเจตนา ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่เกษียณอายุนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">2.ลูกจ้างทำงานมาแล้วตามที่กำหนดในมาตรา 118 (1) ถึง (6) ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยในอัตราไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย ดังต่อไปนี้</p>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-995f960e wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow" style="flex-basis:100%">
<figure class="wp-block-table is-style-stripes"><table class="has-background has-fixed-layout" style="background-color:#d2f6e7"><thead><tr><th class="has-text-align-left" data-align="left">ระยะเวลาในการทำงาน</th><th class="has-text-align-center" data-align="center">ค่าชดเชยคิดเป็นวัน</th></tr></thead><tbody><tr><td class="has-text-align-left" data-align="left">ทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน  ไม่ครบ 1 ปี</td><td class="has-text-align-center" data-align="center"> 30 วัน </td></tr><tr><td class="has-text-align-left" data-align="left">ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี  ไม่ครบ 3 ปี</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">90 วัน</td></tr><tr><td class="has-text-align-left" data-align="left">ทำงานติดต่อกันครบ 3 ปี  ไม่ครบ 6 ปี</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">180 วัน</td></tr><tr><td class="has-text-align-left" data-align="left">ทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี   ไม่ครบ 10 ปี </td><td class="has-text-align-center" data-align="center">240 วัน</td></tr><tr><td class="has-text-align-left" data-align="left">ทำงานติดต่อกันครบ 10 ปี  ไม่ครบ 20 ปี</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">300 วัน</td></tr><tr><td class="has-text-align-left" data-align="left">ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป</td><td class="has-text-align-center" data-align="center"> 400 วัน</td></tr></tbody></table></figure>
</div>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ข้อยกเว้น </strong>ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ดังนี้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ลูกจ้างซึ่งมีระยะเวลาในการทำงานน้อยกว่า 120 วัน (มาตรา 118)</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. ลูกจ้างที่มิกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน  และเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลาภายในกำหนด 2 ปี ที่มีลักษณะต่อไปนี้ </p>



<p class="wp-block-paragraph">            2.1 ทำงานตามโครงการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">            2.2 ทำงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว</p>



<p class="wp-block-paragraph">            2.3 ทำงานที่เป็นไปตามฤดูกาล (มาตรา 118 วรรคสอง) </p>



<p class="wp-block-paragraph">3.ความผิดนั้นเกิดจากฝั่งของลูกจ้าง (มาตรา 119 )  </p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 </strong>มาตรา 119 “นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">        (1) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">       (2) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">       (3) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง </p>



<p class="wp-block-paragraph">       (4) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด</p>



<p class="wp-block-paragraph">       (5) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุอันสมควร</p>



<p class="wp-block-paragraph">       (6) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก</p>



<p class="wp-block-paragraph">        ในกรณี (6) ถ้าเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษต้องเป็นกรณีที่เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">       การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามวรรคหนึ่ง ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างหรือไม่ได้แจ้งเหตุที่เลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบในขณะที่เลิกจ้างนายจ้างจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้  ”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ข้อยกเว้นตามมาตรา 119 </strong>ที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้างดังต่อไปนี้   </p>



<p class="wp-block-paragraph">1. เป็นบทบัญญัติที่เป็นข้อยกเว้นที่นายจ้างจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง เมื่อกระทำความผิดตามมาตรา 119 (1)-(6)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. เมื่อลูกลูกจ้างกระทำความผิดนายจ้างต้องเตือนก่อน โดยต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง หรือจะต้องแจ้งด้วยวาจาถึงเหตุนั้น หากนายจ้างมิได้ระบุหรือไม่ได้แจ้ง นายจ้างก็ไม่มีสิทธิที่จะยกเหตุดังกล่าวอ้างในภายหลังเพื่อที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. เหตุที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซิ่งเลิกจ้างมีดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">        3.1 ลูกจ้างจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">        3.2 ลูกจ้างประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">        3.3 ลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่งานจ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">       3.4 ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมและนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เว้นแต่ </strong>&nbsp;กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ลูกจ้างได้ละทิ้งหน้าที่ไปเป็นเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร</li>



<li>ลูกจ้างได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ข้อสังเกต</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">1. การแสดงเจตนาเลิกจ้างอาจแสดงเจตนา โดยเปิดเผยหรือโดยปริยายก็ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. ต้องเป็นการแสดงเจตนาจากนายจ้าง หรือผู้ที่นายจ้างมอบอำนาจเท่านั้น&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>การดำเนินกระบวนการตามกฎหมายเพื่อใช้สิทธิเมื่อถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งศาลแรงงานขึ้น อาศัยหลัก <strong>&#8220;สะดวก รวดเร็ว ประหยัด เป็นธรรม&#8221;</strong> นั้นหมายถึงว่าลูกจ้างสามารถฟ้องได้ง่ายๆ โดยจะจ้างทนายความหรือไม่ก็ได้ ซึ่งลูกจ้างสามารถดำเนินการเองโดยติดต่อที่ศาลแรงงานด้วยตนเอง จะมีเจ้าหน้าที่นิติกรของศาลให้การช่วยเหลือในการร่างคำฟ้องให้ และคดีแรงงานนั้นจะ<strong>ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล</strong> และมีกระบวนการไกล่เกลี่ยเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายหาข้อยุติที่เป็นธรรมที่สุด</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ลูกจ้างที่ต้องการใช้สิทธิในการฟ้องร้องคดี กรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ต้องยื่นฟ้องต่อศาลในเขตอำนาจของศาลแรงงานเท่านั้น  จะไปร้องที่กรมคุ้มครองแรงงานไม่ได้ </strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">หากว่าลูกจ้างมีการร้องไปที่คุ้มครองแรงงานก่อนแล้ว และลูกจ้างได้ค่าชดเชยตามกฎหมายไปแล้วก็ตาม&nbsp; ลูกจ้างยังไม่ถูกตัดสิทธิที่ลูกจ้างจะมาฟ้องร้องคดีต่อศาลแรงงาน กรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้อีก&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;เนื่องจากศาลแรงงานเท่านั้น&nbsp; ถึงจะมีอำนาจสั่งให้นายจ้างกระทำการดังต่อไปนี้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ให้ลูกจ้างกลับทำงาน คิดค่าจ้างเท่าเดิม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. ให้นายจ้างชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และศาลจะมีอำนาจในการสั่งให้นายจ้างให้มีผลอย่างหนึ่งอย่างใดเท่านั้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">**ขอแนะนำ วิธีการนี้ไม่อยากแนะนำให้ทำถึงแม้ว่าสามารถทำได้ เพราะว่า มันเสียเวลาและว้ำซ้อนกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4064/2530</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 นั้นจะต้องพิจารณาถึงสาเหตุอันเป็นมูลเลิกจ้างว่าเป็นสาเหตุที่สมควรหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเหตุว่านายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างหรือไม่ เพราะการจ่ายค่าชดเชยเป็นผลตามมาภายหลังการเลิกจ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ.แอบกระโดดขึ้นรถโดยสารที่โจทก์ขับและมีเงินค่าโดยสารไม่พอโจทก์จึงเรียกเก็บเพียงครึ่งราคาโดยไม่ได้มีเจตนาทุจริตหรือเจตนาทำผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลย การที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานด้วยเหตุนี้ จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">โจทก์ฟ้องว่า จำเลยให้โจทก์ออกจากงานโดยกล่าวหาว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ ทำผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลย โดยโจทก์ไม่มีความผิดตามที่จำเลยกล่าวอ้าง เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยให้รับโจทก์กลับเข้าทำงานและชดใช้ค่าเสียหาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">จำเลยให้การว่า โจทก์ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรง โดยรับผู้โดยสารที่ไม่มีค่าโดยสารไปกับรถจำเลยและได้เรียกเก็บเงินค่าโดยสารจากผู้โดยสาร แต่นำเงินไปซื้อตั๋วไม่ครบตามจำนวนที่เรียกเก็บ โดยมีเจตนาทุจริต การที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงาน จึงเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า นางสาวอมรรัตน์ผู้โดยสารแอบกระโดดขึ้นรถ หาใช่โจทก์เจตนาจะรับผู้โดยสารที่ไม่มีตั๋วโดยสารไม่ นางสาวอมรรัตน์ว่าจะไปหาพี่ที่กรุงเทพแต่ไม่ได้เอาบัตรนักเรียนมา และมีเงินอยู่เพียง 50 บาท โจทก์จึงซื้อตั๋วในอัตราครึ่งราคาเป็นเงิน 35 บาท โจทก์ยังไม่มีเงินทอนจึงบอกให้นางสาวอมรรัตน์รอเอาคืนข้างหน้า โจทก์หาได้มีเจตนาเอาเงินทอนนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตนไม่และได้มอบเงินนี้ให้นายตรวจโดยดี โจทก์จึงไม่มีเจตนาที่จะเก็บเงินไม่ครบ การกระทำของโจทก์จึงมิได้มีเจตนาทุจริตและทำผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลย การที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานด้วยเหตุดังกล่าว จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่อัตราค่าจ้างเดิม และให้ใช้ค่าเสียหายตั้งแต่วันสั่งพักงานจนกว่าจะรับเข้าทำงาน และให้โจทก์คืนเงินที่จำเลยจ่ายให้โจทก์เนื่องจากการเลิกจ้างแก่จำเลยด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 49 นั้น ศาลจะต้องพิจารณาถึงสาเหตุอันเป็นมูลให้มีการเลิกจ้างว่าเป็นสาเหตุที่สมควรหรือไม่ การไม่จ่ายค่าชดเชยมิใช่เป็นสาเหตุแห่งการเลิกจ้าง การเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่ ไม่ได้อยู่ด้วยเหตุที่ว่านายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง เพราะการไม่จ่ายค่าชดเชยนั้นเป็นผลที่ตามมาภายหลังการเลิกจ้างแล้วเท่านั้น สำหรับคดีนี้ เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลาง</p>



<p class="wp-block-paragraph">พิพากษายืน.</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นข้อต่อสู้ในคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ไม่จำเป็นจะต้องมีการชี้แจ้งไว้ในหนังสือเลิกจ้างเหมือนเช่น ประเด็นข้อต่อสู้ในการเรียกค่าชดเชย (ฎ.5481/2556)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5481/2556</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฯ มาตรา 108 บังคับให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป จัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และมาตรา 110 บัญญัติเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโดยให้นายจ้างประกาศข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น แต่ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฯ ไม่ได้บัญญัติถึงกระบวนการที่นายจ้างและลูกจ้างต้องปฏิบัติเพื่อให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน แต่กระบวนการดังกล่าวได้บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ฯ มาตรา 10 วรรคสาม ซึ่งบัญญัติให้ในกรณีเป็นที่สงสัยว่าในสถานประกอบกิจการมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือไม่ให้ถือว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่นายจ้างต้องจัดให้มีตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ดังนั้น หากผู้ร้องประสงค์จะแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยไม่แจ้งข้อเรียกร้องต่อลูกจ้างในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง ผู้ร้องต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างหรือมิฉะนั้นผู้ร้องจะต้องแจ้งข้อเรียกร้องต่อลูกจ้างตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ฯ มาตรา 13 จนมีการเจรจาตกลงกันหรือหากไม่สามารถตกลงกันได้ก็ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ฯ ต่อไป</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>อายุความ</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ฟ้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม อายุความ 10 ปี</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>การคำนวณค่าเสียหาย จากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม คำนวณจาก</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">1. อายุของลูกจ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">2.ระยะเวลาการทำงาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">3.ความเดือนร้อนของลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">4.มูลเหตุแห่งการเลิกจ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. เงินค่าชดเชยที่มีสิทธิ์ได้รับ</p>



<div class="wp-block-buttons has-custom-font-size has-large-font-size is-content-justification-center is-layout-flex wp-container-core-buttons-is-layout-d68bd233 wp-block-buttons-is-layout-flex" style="padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px">
<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-palette-color-2-background-color has-background has-border-color has-palette-color-1-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/" style="border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หน้าแรก</a></div>



<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-background has-border-color has-pale-pink-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/contact-us/" style="border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;background-color:#df181d;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ติดต่อเรา</a></div>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tanyaounjai.com/unfair-dismissal/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การจดทะเบียนบริษัท</title>
		<link>https://tanyaounjai.com/company-registration/</link>
					<comments>https://tanyaounjai.com/company-registration/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นพภัสสร ทนายอุ่นใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 11 Jan 2026 02:09:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://tanyaounjai.com/?p=568</guid>

					<description><![CDATA[ในโลกของการทำธุรกิจ เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ยอดขายเริ่มเติบโ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ในโลกของการทำธุรกิจ เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ยอดขายเริ่มเติบโตและฐานลูกค้าขยายใหญ่ขึ้น คำถามที่เจ้าของกิจการเกือบทุกท่านต้องเผชิญคือ &#8220;ถึงเวลาจดทะเบียนบริษัทหรือยัง?&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การจดทะเบียนบริษัทไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนสถานะทางกฎหมาย หรือการมีตราประทับสวยๆ บนเอกสารเท่านั้น แต่มันคือ &#8220;รากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน&#8221; ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้า การเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน หรือแม้แต่การบริหารจัดการภาษีอย่างเป็นระบบที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเหลือ &#8220;กำไร&#8221; ที่แท้จริงมากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นจดบริษัทมักมาพร้อมกับคำถามมากมาย ทั้งเรื่องขั้นตอนที่ดูซับซ้อน การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการที่ต้องใช้เวลา การดำเนินการจำเป็นต้องดำเนินการเอง หรือสามารถว่าจ้างทนายความ หรือใครที่สามารถกระทำการแทนได้ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย  ยังรวมถึงการจัดเตรียมเอกสารที่วุ่นวาย และภาระทางบัญชีที่ตามมา เพื่อให้การเริ่มต้นของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมายปี 2568 เราได้รวบรวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ไว้ที่นี่ ดังนี้&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>นิติบุคคล มี 3 ประเภท</strong></h2>



<ul class="wp-block-list">
<li>ห้างหุ้นส่วนสามัญ : หุ้นส่วนร่วมรับผิดชอบหนี้แบบไม่จำกัด</li>



<li>ห้างหุ้นส่วนจำกัด : มีทั้งหุ้นส่วนที่รับผิดแบบจำกัดและไม่จำกัด</li>



<li>บริษัทจำกัด : ผู้ถือหุ้นรับผิดตามมูลค่าหุ้นของตน เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท 256</strong>9</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เริ่มจากการทำความเข้าใจรูปแบบของธุรกิจตนเองว่าเหมาะกับประเภทใด เพื่อวางแผนเอกสารและขั้นตอนล่วงหน้า</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. เตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนจดทะเบียนบริษัท&nbsp;</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ผู้เริ่มก่อการ/ผู้ถือหุ้น: อย่างน้อย 2 คนขึ้นไป&nbsp;</li>



<li>ทุนจดทะเบียน ไม่มีการกำหนดขั้นต่ำ แต่ควรสอดคล้องกับธุรกิจ ส่วนใหญ่นิยมเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท (หากมีผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติด้วยแนะนำทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท)</li>



<li>ชื่อบริษัท (ที่ผ่านการจองแล้ว)</li>



<li>ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ (เลขที่บ้าน, หมู่ที่, แขวง/ตำบล)</li>



<li>วัตถุประสงค์ในการทำธุรกิจ (ขายอะไร ทำอะไร)</li>



<li>ข้อมูลผู้ถือหุ้นทุกคน (ชื่อ-สกุล, เลขบัตรประชาชน, ที่อยู่, จำนวนหุ้นที่ถือ)</li>



<li>พยาน 2 คน (ใช้ชื่อและเลขบัตรประชาชน)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>3. ตั้งชื่อบริษัทและจองชื่อ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">จองชื่อบริษัทออนไลน์ ขั้นตอนแรกคือการตั้งชื่อบริษัทและตรวจสอบไม่ให้ซ้ำกับบริษัทที่จดทะเบียนไปแล้ว<br>&#8211; ทำที่ไหน: เว็บไซต์<a href="https://www.dbd.go.th/"> </a><a href="http://dbd.go.th">dbd.go.th<br></a>&#8211; เทคนิค: ควรเตรียมไว้ 3 ชื่อเรียงตามลำดับความชอบ ชื่อต้องไม่มีคำต้องห้าม (เช่น คำที่เกี่ยวกับ<br>ราชวงศ์ หรือชื่อกระทรวงต่างๆ)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>4. ยื่นหนังสือบริคณห์สนธิ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจองชื่อเรียบร้อย ให้ยื่นเอกสารภายใน 30 วัน พร้อมแจ้งข้อมูลสำคัญ เช่น ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ กรรมการ และผู้ถือหุ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>5. เปิดจองหุ้นและนัดประชุมผู้ถือหุ้น</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เปิดให้ผู้ร่วมก่อตั้งหรือผู้สนใจถือหุ้นจองซื้อหุ้น และเตรียมจัดประชุมเพื่อแจ้งข้อมูลบริษัท</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>6. ประชุมแต่งตั้งกรรมการ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่งตั้งกรรมการบริษัทอย่างเป็นทางการ พร้อมแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และอนุมัติงบประมาณ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>7. ยื่นขอจดทะเบียนบริษัท</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นจดทะเบียนให้เรียบร้อยภายใน 3 เดือนหลังจากประชุมจัดตั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>8. ชำระค่าธรรมเนียม</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันการจดทะเบียนผ่านระบบ e-Registration มีค่าธรรมเนียมในอัตราพิเศษที่ถูกกว่าการเดินไปจดที่กรมฯ โดยตรง เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าธรรมเนียมโดยประมาณ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จดทะเบียนบริษัท 5,000 บาท</li>



<li>อากรแสตมป์ 210 บาท</li>



<li>ค่าหนังสือรับรองและสำเนาต่างๆ เพิ่มเติม</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>9. รับใบสำคัญการจดทะเบียน (หนังสือรับรอง)</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว&nbsp; นายทะเบียนอนุมัติ คุณจะได้รับเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ซึ่งเลขนี้จะถูกใช้เป็น เลขประจำตัวผู้เสียภาษี&nbsp; ซึ่งเรียกว่า “หนังสือรับรอง” และใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ถือเป็นอันเสร็จสิ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>10. จดบริษัทเสร็จแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">การได้หนังสือรับรองเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ภายหลังจดทะเบียนเสร็จสิ้น 7 สิ่งที่ห้ามลืม คือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เปิดบัญชีธนาคาร ในนามบริษัท</li>



<li>ขึ้นทะเบียนนายจ้าง กับสำนักงานประกันสังคม (ถ้ามีพนักงาน)</li>



<li>จดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากคาดว่ารายได้จะเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี</li>



<li>จัดทำบัญชี และจัดหาผู้สอบบัญชีตั้งแต่วันแรกที่เริ่มดำเนินกิจการ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สรุป </strong>หากธุรกิจของคุณเริ่มมีรายได้สูงกว่า 750,000 บาท/ปี การจดทะเบียนบริษัทจะช่วยลดภาษี และเพิ่มความน่าเชื่อถือทางธุรกิจได้มากขึ้น ที่สำคัญคือการบริหารจัดการที่เป็นระบบ พร้อมต่อยอดสู่การขยายกิจการในอนาคต</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>จดทะเบียนบริษัท vs ห้างหุ้นส่วน ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนประหยัดภาษีกว่า</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การตัดสินใจเลือกจดทะเบียนระหว่าง &#8220;บริษัทจำกัด (บจก.)&#8221; หรือ &#8220;ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.)&#8221; ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลายคนเข้าใจผิดว่า หจก. ประหยัดภาษีกว่า หรือบริษัททำได้ยากกว่า แต่ในความเป็นจริงปี 2568 ทั้งสองรูปแบบมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันอย่างชัดเจน</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ความรับผิดชอบในหนี้สิน (หัวใจสำคัญที่ต้องรู้)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่เรื่องชื่อ แต่เป็นเรื่อง &#8220;ความรับผิดชอบ&#8221; เมื่อเกิดปัญหาทางธุรกิจ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>บริษัทจำกัด (บจก.): ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบ &#8220;จำกัด&#8221; เฉพาะจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบเท่านั้น หากบริษัทเป็นหนี้ 10 ล้าน แต่คุณลงหุ้นไว้ 1 ล้านและจ่ายครบแล้ว ทรัพย์สินส่วนตัว (บ้าน, รถ, เงินฝาก) จะปลอดภัย</li>



<li>ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.): ต้องมี &#8220;หุ้นส่วนผู้จัดการ&#8221; อย่างน้อยหนึ่งคนที่เป็นประเภท &#8220;ไม่จำกัดความรับผิด&#8221; หมายความว่าหาก หจก. เป็นหนี้และสินทรัพย์ของหจก.ไม่พอจ่าย หุ้นส่วนผู้จัดการต้องนำทรัพย์สินส่วนตัวมาชดใช้หนี้ทั้งหมดจนกว่าจะครบ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">2. โครงสร้างและการบริหาร</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>บจก.: บริหารงานผ่านคณะกรรมการบริษัท มีความน่าเชื่อถือสูงในสายตาธนาคารและคู่ค้าขนาดใหญ่ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการขยายตัวหรือระดมทุน</li>



<li>หจก.: มักเป็นธุรกิจครอบครัวหรือเพื่อนฝูงที่ไว้ใจกันสูง การบริหารจัดการยืดหยุ่นกว่า แต่ความน่าเชื่อถือน้อยกว่าในการยื่นกู้ธนาคารหรือประมูลงานใหญ่</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">3. เปรียบเทียบเรื่อง &#8220;ภาษี&#8221; แบบชัดๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลายคนถามว่า &#8220;แบบไหนประหยัดภาษีกว่า?&#8221; คำตอบคือ: &#8220;ทั้งสองแบบเสียภาษีในอัตราที่เท่ากัน&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้ง บจก. และ หจก. เสียภาษีจาก &#8220;กำไรสุทธิ&#8221; (รายได้ &#8211; ค่าใช้จ่าย) ในอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ดังนี้:</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-background has-border-color has-palette-color-7-border-color" style="background-color:#b6e1d1"><thead><tr><th class="has-text-align-center" data-align="center"><strong>กำไรสุทธิ (บาท)</strong></th><th class="has-text-align-center" data-align="center"><strong>อัตราภาษีสำหรับ SME*</strong></th><th class="has-text-align-center" data-align="center"><strong>อัตราภาษีบริษัทใหญ่</strong></th></tr></thead><tbody><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">0 &#8211; 300,000</td><td class="has-text-align-center" data-align="center"><strong>ยกเว้น (0%)</strong></td><td class="has-text-align-center" data-align="center">20%</td></tr><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">300,001 &#8211; 3,000,000</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">15%</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">20%</td></tr><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">มากกว่า 3,000,000 ขึ้นไป</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">20%</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">20%</td></tr></tbody></table></figure>



<p class="wp-block-paragraph">เงื่อนไข SME: ทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30 ล้านบาท</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>เปิดธุรกิจใหม่มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">หลายคนอยากมี &#8220;บริษัท&#8221; เป็นของตัวเอง แต่ยังไม่กล้าเริ่มต้นเพราะไม่แน่ใจเรื่องค่าใช้จ่าย กลัวว่าจะมีงบบานปลาย บทความนี้เราจะมากางตัวเลขให้เห็นชัดๆ ว่าในปี 2568 การเปิดบริษัทหนึ่งแห่งต้องใช้เงินเท่าไหร่ และมีค่าอะไรบ้างที่คุณต้องจ่ายจริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน (จ่ายให้รัฐ)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าธรรมเนียมถูกกำหนดโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ซึ่งจะมีความแตกต่างกันตามช่องทางการจดทะเบียน:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ (e-Registration): * ราคาเหมาจ่าย: ประมาณ 5,500 บาท (รวมค่าอากรแสตมป์แล้ว)
<ul class="wp-block-list">
<li><em>หมายเหตุ:</em> เป็นวิธีที่ถูกที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดในปีนี้</li>
</ul>
</li>



<li>จดทะเบียนแบบ Walk-in (ไปที่กรมฯ):
<ul class="wp-block-list">
<li>จะคิดตามทุนจดทะเบียน (ล้านละ 5,000 บาท) ขั้นต่ำ 5,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท</li>



<li>ยังมีค่าอากรแสตมป์และค่าใบสำคัญอื่นๆ เพิ่มเติม รวมแล้วมักจะสูงกว่าการจดออนไลน์</li>
</ul>
</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">2. ทุนจดทะเบียน (ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่?)</p>



<p class="wp-block-paragraph">นี่คือส่วนที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด &#8220;ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ไม่ต้องมีเงินสด 1 ล้านบาทวางโชว์ในวันแรก&#8221;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การชำระหุ้นขั้นต่ำ: กฎหมายกำหนดให้ชำระเงินค่าหุ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่า 25% ของทุนจดทะเบียน</li>



<li>ตัวอย่าง: หากคุณจดบริษัทด้วยทุน 1 ล้านบาท คุณต้องมีเงินเข้าบัญชีบริษัทจริงอย่างน้อย 250,000 บาท เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการเริ่มต้นธุรกิจ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">3. ค่าใช้จ่ายแฝงในการเริ่มต้น (Hidden Costs) นอกจากค่าธรรมเนียมรัฐแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ที่ต้องเตรียมไว้:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าตรายางบริษัท</li>



<li>ค่าบริการจ้างจดทะเบียนขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและบริการเสริม เช่น บริการเปิดบัญชีธนาคาร หรือจด VAT&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">4. งบประมาณที่ต้องเตรียมหลังจดบริษัทเสร็จ (รายเดือน/รายปี)&nbsp; เมื่อเป็นบริษัทแล้ว คุณจะมี &#8220;หน้าที่&#8221; ทางภาษีและบัญชีที่ต้องจ่าย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าทำบัญชีรายเดือน</li>



<li>ค่าตรวจสอบบัญชี (Audit): ต้องจ่ายปีละครั้งขึ้นอยู่กับจำนวนรายการค้า</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>&#8220;สิทธิประโยชน์และภาษี&#8221; (Benefits &amp; Tax)</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">1. สร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล&nbsp; การจดทะเบียนบริษัทคือการยืนยันตัวตนว่าธุรกิจของคุณมีที่ตั้งชัดเจน มีโครงสร้างการบริหาร และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมาย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สำหรับคู่ค้า:</strong> บริษัทใหญ่ๆ มักเลือกทำธุรกิจกับนิติบุคคลมากกว่าบุคคลธรรมดา เพราะสามารถออกใบกำกับภาษีได้ถูกต้อง</li>



<li><strong>สำหรับลูกค้า:</strong> การโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทสร้างความมั่นใจได้มากกว่าการโอนเข้าบัญชีส่วนบุคคล ลดโอกาสการถูกมองว่าเป็นมิจฉาชีพ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">2. จำกัดความเสี่ยง รับผิดชอบหนี้สินแค่ที่ลงหุ้น&nbsp; นี่คือข้อดีที่สำคัญที่สุดในเชิงกฎหมาย หากคุณทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา แล้วเกิดปัญหาเป็นหนี้สิน ทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดของคุณ (บ้าน, รถ, ที่ดิน) อาจถูกยึดเพื่อชำระหนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ในนามบริษัท:</strong> หากเกิดเหตุสุดวิสัยจนบริษัทล้มละลาย คุณจะรับผิดชอบหนี้สิน <strong>&#8220;จำกัดเพียงมูลค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ&#8221;</strong> เท่านั้น ทรัพย์สินส่วนตัวที่เหลือจะถูกแยกออกจากหนี้ของบริษัทอย่างเด็ดขาด&nbsp;&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">3. วางแผนภาษีได้หลากหลายกว่าและประหยัดกว่าหลายคนกลัวภาษีนิติบุคคล แต่ความจริงแล้วการเป็นบริษัทช่วยให้คุณ &#8220;เสียภาษีอย่างชาญฉลาด&#8221; ได้มากกว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>หักค่าใช้จ่ายตามจริง:</strong> ทุกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าที่ ค่าจ้างพนักงาน หรือแม้แต่ค่ารับรองลูกค้า สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้ทั้งหมด</li>



<li><strong>อัตราภาษี SME:</strong> หากกำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาทแรก คุณจะได้รับ <strong>ยกเว้นภาษี (0%)</strong> และกำไรส่วนที่เกินจนถึง 3 ล้านบาท เสียเพียง 15% ซึ่งมักจะถูกกว่าฐานภาษีบุคคลธรรมดาเมื่อรายได้คุณสูงขึ้น</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">4. เข้าถึงแหล่งเงินทุนและสินเชื่อได้ง่าย&nbsp; หากต้องการขยายสาขาหรือสต็อกของเพิ่ม การขอสินเชื่อในนามบริษัท (SME Loan) มักทำได้ง่ายกว่าและได้วงเงินที่สูงกว่าบุคคลธรรมดา นอกจากนี้บริษัทยังสามารถสะสม &#8220;Statement&#8221; หรือประวัติทางการเงินที่สวยงาม เพื่อใช้ในการระดมทุนจากนักลงทุนหรือเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. การบริหารจัดการที่เป็นระบบและยั่งยืน&nbsp; การจดบริษัทบังคับให้คุณต้องทำบัญชี ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของธุรกิจจริงๆ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รู้ว่าส่วนไหนคือ <strong>&#8220;กำไร&#8221;</strong> และส่วนไหนคือ <strong>&#8220;ต้นทุน&#8221;</strong></li>



<li>แยกกระเป๋าเงินส่วนตัวกับเงินธุรกิจออกจากกันชัดเจน</li>



<li>ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้แม้จะมีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารหรือส่งต่อให้ทายาท (Business Continuity)</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ทำไมรายได้ถึง 1.8 ล้านต่อปี ถึงควรจดทะเบียนบริษัททันที?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">หากคุณทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา แล้วพบว่ายอดขาย (รายได้รวมแบบยังไม่หักค่าใช้จ่าย) เริ่มเข้าใกล้หรือแตะระดับ 1,800,000 บาทต่อปี นี่คือสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ บทความนี้จะเจาะลึกว่าทำไมตัวเลขนี้ถึงเป็น &#8220;จังหวะทอง&#8221; ที่คุณต้องจดทะเบียนบริษัททันที</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. กับดัก &#8220;ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามกฎหมายสรรพากร เมื่อบุคคลธรรมดามีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี &#8220;บังคับ&#8221; ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ภายใน 30 วัน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความเสี่ยง: หากคุณไม่จดทะเบียนบริษัทแล้วยังฝืนทำในนามบุคคล คุณจะต้องควักเงินตัวเองจ่าย VAT 7% ส่งสรรพากรจากยอดขายทั้งหมดที่เกินมา ซึ่งมักจะทำให้กำไรหายไปเกือบทั้งหมด</li>



<li>ทางแก้: การจดบริษัทจะช่วยให้คุณบริหารจัดการภาษีซื้อ-ภาษีขาย ได้อย่างเป็นระบบ และสร้างความน่าเชื่อถือเมื่อต้องออกใบกำกับภาษีให้กับคู่ค้า</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">2. ภาษีบุคคลธรรมดา &#8220;ยิ่งรวย ยิ่งจ่ายแพง&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาษีบุคคลธรรมดาเป็นแบบ &#8220;อัตราก้าวหน้า&#8221; ซึ่งสูงสุดถึง 35% * หากคุณมีรายได้สุทธิสูง การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา (60%) ของบุคคลธรรมดาอาจไม่เพียงพอ ทำให้คุณต้องเสียภาษีในฐานที่สูงมาก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ในขณะที่บริษัท: เสียภาษีจาก &#8220;กำไรสุทธิ&#8221; (รายได้ลบค่าใช้จ่ายตามจริง) และถ้าเป็น SME กำไร 3 แสนแรก ฟรีภาษี! ส่วนที่เหลือเสียเพียง 15-20% ซึ่งประหยัดกว่าเห็นๆ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">3. การหักค่าใช้จ่าย &#8220;ตามจริง&#8221; คืออาวุธลับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในนามบุคคลธรรมดา สรรพากรยอมให้หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้เพียงบางประเภทธุรกิจ (ส่วนใหญ่ 60%) แต่ในความเป็นจริง ต้นทุนของคุณอาจสูงถึง 80%</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จดบริษัท: คุณสามารถนำค่าเช่าที่, ค่าไฟ, ค่าน้ำมัน, ค่าจ้างพนักงาน, ค่าโฆษณา Facebook/Google มาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ทุกบาททุกสตางค์ (ตราบที่มีใบเสร็จถูกต้อง) ทำให้กำไรสุทธิที่จะนำไปคิดภาษีน้อยลง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">4. แยก &#8220;เงินส่วนตัว&#8221; ออกจาก &#8220;เงินธุรกิจ&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อรายได้แตะ 1.8 ล้านบาท เงินหมุนเวียนในบัญชีจะเริ่มเยอะจนน่าตกใจ การทำธุรกิจในนามบุคคลจะทำให้บัญชีธนาคารส่วนตัวของคุณดูวุ่นวาย และเสี่ยงต่อการถูก ตรวจสอบบัญชีธนาคาร (กฎหมาย e-Payment)</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การจดบริษัทช่วยให้คุณแยกกระเป๋าชัดเจน คุณจ่ายเงินเดือนให้ตัวเองในฐานะกรรมการบริษัท ซึ่งเงินเดือนส่วนนี้ก็นำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้อีกต่อหนึ่งด้วย!</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">5. ความเตรียมพร้อมเพื่อการก้าวกระโดด</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายได้ 1.8 ล้านคือบทพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจของคุณไปได้รอด</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การจดบริษัทในช่วงนี้จะช่วยให้คุณมี งบการเงิน ที่สวยงามเพื่อใช้ยื่นกู้ธนาคารในปีถัดไป</li>



<li>เพิ่มโอกาสในการรับงานจากบริษัทใหญ่หรือหน่วยงานราชการที่มักกำหนดว่าคู่ค้าต้องเป็นนิติบุคคลที่จด VAT เท่านั้น</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับ SME จดบริษัทใหม่ได้สิทธิ์ยกเว้นภาษีจริงไหม?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">1.สิทธิยกเว้นภาษีจาก &#8220;กำไรสุทธิ&#8221; (SME Tax Rates)</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับบริษัทที่จดทะเบียนใหม่และมีคุณสมบัติเป็น SME (ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท) จะได้รับสิทธิยกเว้นและลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลตามลำดับขั้น ดังนี้:</p>



<figure class="wp-block-table is-style-regular"><table class="has-text-color has-background has-link-color has-border-color has-palette-color-7-border-color" style="color:#1c1e21;background-color:#b6e1d1"><thead><tr><th class="has-text-align-center" data-align="center"><strong>กำไรสุทธิ (บาท)</strong></th><th class="has-text-align-center" data-align="center"><strong>อัตราภาษีปี 2568</strong></th></tr></thead><tbody><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center"><strong>0 &#8211; 300,000</strong></td><td class="has-text-align-center" data-align="center"><strong>ยกเว้นภาษี (0%)</strong></td></tr><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">300,001 &#8211; 3,000,000</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">เสียภาษี 15%</td></tr><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">มากกว่า 3,000,000 ขึ้นไป</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">เสียภาษี 20%</td></tr></tbody></table></figure>



<p class="wp-block-paragraph">2. มาตรการ &#8220;หักค่าใช้จ่าย 2 เท่า&#8221; (Double Deduction)</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากการยกเว้นภาษีจากกำไรแล้ว ปี 2568 ยังมีสิทธิพิเศษที่ช่วยให้คุณ &#8220;กำไรลดลงในทางบัญชีแต่เงินเหลือจริงมากขึ้น&#8221; ผ่านการหักค่าใช้จ่ายได้มากกว่าที่จ่ายจริง:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>SME Digital Transformation: หากซื้อซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ หรือบริการดิจิทัลที่ลงทะเบียนกับ depa สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า (จ่าย 1 แสน หักได้ 2 แสน) สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (มีผลถึงสิ้นปี 2570)</li>



<li>การจ้างงานผู้สูงอายุ: หากจ้างพนักงานอายุ 60 ปีขึ้นไป (เงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท) สามารถนำค่าจ้างมาหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า</li>



<li>การฝึกอบรมพนักงาน: ค่าส่งพนักงานไปอบรมเพื่อพัฒนาทักษะ สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า เช่นกัน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">3. สิทธิพิเศษสำหรับ &#8220;New Startup&#8221; ในพื้นที่เฉพาะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากธุรกิจของคุณเป็นกลุ่ม Target Industries (เช่น เทคโนโลยี, อาหารแปรรูป, พลังงานสะอาด) และตั้งอยู่ในเขตพื้นที่พิเศษ เช่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อาจได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าปกติ เช่น:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 5-13 ปี (ต้องขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI)</li>



<li>ยกเว้นภาษีสำหรับเงินปันผลที่ได้รับในช่วงเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษี</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">4. สิทธิประโยชน์จากการ &#8220;ขาดทุนสะสม&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากปีแรกที่จดบริษัทคุณยังไม่มีกำไร (ขาดทุน) กฎหมายอนุญาตให้นำ &#8220;ผลขาดทุนสุทธิ&#8221; ในปีนี้ ไปหักออกจากกำไรในอนาคตได้นานถึง 5 รอบบัญชี ซึ่งช่วยให้คุณไม่ต้องเสียภาษีในวันที่ธุรกิจเริ่มทำกำไรได้ในช่วงแรกๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;ข้อควรระวังเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์</strong></p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>ต้องยื่นแบบแม้ไม่มีภาษีต้องจ่าย:</strong> แม้กำไรจะไม่ถึง 300,000 บาท คุณยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 (รายปี) และ ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) ให้ตรงกำหนด</li>



<li><strong>เอกสารต้องครบ:</strong> การใช้สิทธิ์หักค่าใช้จ่าย 2 เท่า ต้องมีใบกำกับภาษีที่ถูกต้องและเอกสารรับรองตามเกณฑ์ที่สรรพากรกำหนด</li>



<li><strong>รักษาคุณสมบัติ SME:</strong> ระวังอย่าให้ทุนชำระแล้วเกิน 5 ล้าน หรือรายได้เกิน 30 ล้าน เพราะจะทำให้ฐานภาษีเปลี่ยนเป็น 20% ตั้งแต่บาทแรกทันที</li>
</ol>



<div class="wp-block-buttons is-content-justification-center is-layout-flex wp-container-core-buttons-is-layout-fe0a7de2 wp-block-buttons-is-layout-flex">
<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-white-color has-palette-color-2-background-color has-text-color has-background has-link-color has-border-color has-palette-color-1-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/" style="border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หน้าแรก</a></div>



<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-white-color has-text-color has-background has-link-color has-border-color has-pale-pink-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/contact-us/" style="border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;background-color:#df181d;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ติดต่อเรา</a></div>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tanyaounjai.com/company-registration/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สืบหาทรัพย์และบังคับคดี</title>
		<link>https://tanyaounjai.com/execute-a-case/</link>
					<comments>https://tanyaounjai.com/execute-a-case/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นพภัสสร ทนายอุ่นใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Jan 2026 02:09:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://tanyaounjai.com/?p=566</guid>

					<description><![CDATA[บ้างครั้งการชนะคดีในศาล อาจเป็นเพียง &#8220;ครึ่งทาง&#8 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">บ้างครั้งการชนะคดีในศาล อาจเป็นเพียง &#8220;ครึ่งทาง&#8221; ของความสำเร็จ เพราะขั้นตอนที่สำคัญกว่าคือจะทำอย่างไรให้ได้เงินคืน บทความนี้จะสรุปขั้นตอนการสืบทรัพย์และบังคับคดีแบบเข้าใจง่าย พร้อมข้อกฎหมายที่สำคัญ</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>การสืบทรัพย์ คืออะไร</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การสืบทรัพย์ คือ กระบวนการตรวจสอบและค้นหาทรัพย์สินของลูกหนี้ เช่น ที่ดิน บ้าน รถยนต์ หรือทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ลูกหนี้เป็นเจ้าของ และสามารถยึดหรืออายัดได้ เช่น ที่ดิน บ้าน รถ เงินในบัญชีธนาคาร ฯลฯ&nbsp; เพื่อดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยขั้นตอนนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เจ้าหนี้สามารถนำทรัพย์สินเหล่านั้นไปขายทอดตลาด หรือบังคับเอากับสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ เพื่อนำเงินที่ได้มาชำระหนี้ตามคำพิพากษา</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ทรัพย์สินที่ยึดและอายัดได้</strong> </h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ทรัพย์สินที่ยึดได้</strong> เช่น&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การยึดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (มาตรา 305)</li>



<li>การยึดตั๋วเงินหรือตราวสารเปลี่ยนมือ (มาตรา 306)</li>



<li>การยึดหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัด (มาตรา 307)</li>



<li>การยึดสิทธิในสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ที่ได้จดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียนไว้แล้ว (มาตรา 308)</li>



<li>จะยึดสิทธิเครื่องหมายการค้าที่ยังมี และจดทะเบียนลิขสิทธิ์เสร็จขอรับสิทธิบัตรสิทธิในชื่อทางการค้าหรือยี่ห้อมาตรา 309</li>



<li>&nbsp;การยึดสิทธิการเช่าทรัพย์สิน&nbsp; หรือสิทธิที่จะได้ใช้บริการต่างๆ&nbsp; ซึ่งอาจมีราคาและถือเอาได้ (มาตรา 310)</li>



<li>&nbsp;การยึดสิทธิบัตรตามใบอนุญาต&nbsp; ประทานบัตร&nbsp; อาชญาบัตร&nbsp; สัมปทาน&nbsp; (มาตรา 311)</li>



<li>&nbsp;บ้าน ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ที่ลูกหนี้เป็นเจ้าของ (ไม่ว่าจะติดจำนองหรือไม่)</li>



<li>รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ ที่ไม่ใช่เครื่องมือหลักในการประกอบอาชีพของลูกหนี้</li>



<li>เครื่องมือประกอบอาชีพที่มีมูลค่าเกิน 100,000 บาท&nbsp;</li>



<li>ครื่องนุ่งห่มหลับนอน คือ ที่นอน หมอน ผ้าห่ม มูลค่าร่วมกันที่เกินกว่า 20,000 บาท</li>



<li> เครื่องใช้ในครัวเรือน คือ โครก ถ้วย ชาม  เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ  มูลค่าร่วมกันที่เกินกว่า 20,000 บาท</li>



<li>เครื่องใช้สอยส่วนตัว คือ เสื้อผ้า เครื่องประดับ  เครื่องประดับ เพชร พลอย นาฬิกา สร้อยคอทองคำ มูลค่าร่วมกันที่เกินกว่า 20,000 บาท </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ทรัพย์สินที่อายัดได้</strong> เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เงินเดือน ค่าจ้าง หรือรายได้อื่นที่มีลักษณะจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานเป็นรายเดือนอายัดได้แต่ต้องคงเหลือไม่น้อยกว่า 20,000 บาท&nbsp;</li>



<li>เงินโบนัส&nbsp; อายัดไม่เกินร้อยละ 50&nbsp;</li>



<li>เงินตอบแทน กรณีออกจากงาน ที่อายัดได้ แต่ต้องคงเหลือไว้ไม่น้อยกว่า 300,000 บาท&nbsp;</li>



<li>เงินตอบแทนจากการทำงานเป็นครั้งคราว เช่น ค่าล่วงเวลา อายัดได้ไม่เกินร้อยละ 30</li>



<li>เงินค่าตำแหน่งทางวิชาการ (เฉพาะสังกัดเอกชน)</li>



<li>เงินฝากในสถาบันการเงินต่างๆ&nbsp;</li>



<li>เงินปันผลจากหุ้น</li>



<li>ค่าเช่าทรัพย์สิน</li>



<li>ค่างวดงานตามสัญญาจ้างงาน</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ทรัพย์สินที่ไม่สามารถยึดและอายัดได้</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ทรัพย์สินที่ห้ามยึด ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 301</strong>&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปนี้ ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(1) เครื่องนุ่งห่มหลับนอน เครื่องใช้ในครัวเรือน หรือเครื่องใช้สอยส่วนตัว โดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินประเภทละสองหมื่นบาท แต่ในกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร เจ้าพนักงานบังคับคดีจะกำหนดให้ทรัพย์สินแต่ละประเภทดังกล่าวที่มีราคารวมกันเกินสองหมื่นบาทเป็นทรัพย์สินที่ไม่ต้องอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามฐานะของลูกหนี้ตามคำพิพากษา</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(2) สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการประกอบอาชีพหรือประกอบวิชาชีพเท่าที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ราคารวมกันโดยประมาณไม่เกินหนึ่งแสนบาท แต่ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษามีความจำเป็นในการเลี้ยงชีพก็อาจร้องขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขออนุญาตใช้สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้เท่าที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือประกอบวิชาชีพในกิจการดังกล่าวของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอันมีราคารวมกันเกินกว่าจำนวนราคาที่กำหนดนั้น ในกรณีเช่นนี้ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตหรืออนุญาตได้เท่าที่จำเป็นภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(3) สัตว์ สิ่งของ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทำหน้าที่ช่วยหรือแทนอวัยวะของลูกหนี้ตามคำพิพากษา</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(4) ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้ เช่น หนังสือสำหรับวงศ์ตระกูลโดยเฉพาะ จดหมาย หรือสมุดบัญชีต่าง ๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(5) ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย หรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทรัพย์สินหรือจำนวนราคาทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดตามวรรคหนึ่ง ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งกำหนดใหม่ได้ คำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวนั้น ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจร้องคัดค้านต่อศาลได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี ในกรณีเช่นนี้ ให้ศาลมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในกรณีที่พฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำร้องให้ศาลมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินหรือจำนวนราคาทรัพย์สินที่ศาลกำหนดไว้เดิมได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประโยชน์แห่งข้อยกเว้นที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้ ให้ขยายไปถึงทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งอันเป็นของคู่สมรสของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือของบุคคลอื่น ซึ่งทรัพย์สินเช่นว่านี้ตามกฎหมายอาจบังคับเอาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สรุปรายการทรัพย์สินและเงินที่ “ห้ามยึด”</strong>  กฎหมายคุ้มครองลูกหนี้บางส่วนเพื่อการดำรงชีพไม่ให้ลูกหนี้ลำบากจนเกินไปตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 301 ดังนี้ </p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>เครื่องนุ่งห่มหลับนอน</strong> คือ ที่นอน หมอน ผ้าห่ม&nbsp; <strong>เครื่องใช้ในครัวเรือน</strong> คือ โครก ถ้วย ชาม&nbsp; หรือ<strong>เครื่องใช้สอยส่วนตัว</strong> คือ เสื้อผ้า เครื่องประดับ&nbsp; <strong>โดยประมาณรวมกันแล้ว ประเภทละไม่เกิน 20,000 บาท</strong> ห้ามยึด (แต่ถ้าของมีราคาสูงเกินฐานะ เจ้าพนักงานฯ อาจใช้ดุลพินิจให้ยึดได้)</li>



<li><strong>เครื่องมือทำมาหากิน</strong> สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือที่ลูกหนี้ต้องใช้ในการประกอบอาชีพ (เช่น รถกระบะส่งของ, เครื่องจักรเย็บผ้า, คอมพิวเตอร์กราฟิก) <strong>ถ้ารวมกันราคาไม่เกิน 100,000 บาท</strong> ห้ามยึด <strong>อุปกรณ์แทนร่างกาย</strong> อวัยวะหรือช่วยร่างกาย (เช่น รถเข็นผู้ป่วย, ขาเทียม, เครื่องช่วยฟัง) <strong>ห้ามยึดเด็ดขาด</strong></li>



<li><strong>ของรักตระกูล/เอกสารส่วนตัว</strong> เช่น หนังสือประจำวงศ์ตระกูล จดหมายส่วนตัว หรือสมุดบัญชีต่างๆ <strong>ห้ามยึด</strong></li>



<li><strong>ทรัพย์สินที่โอนไม่ได้ตามกฎหมาย:</strong> เช่น สิทธิการเช่าบางประเภท หรือทรัพย์สินที่มีกฎหมายเฉพาะสั่งห้ามโอน</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ข้อควรรู้: &#8220;ขอเพิ่มหรือลดจำนวนเงินได้&#8221;</strong>   กฎหมายเปิดช่องไว้ว่า หากลูกหนี้มีภาระเยอะ (เช่น ต้องดูแลพ่อแม่ป่วย หรือลูกหลายคน เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำมาหาเลี้ยงชีพ) หรือเจ้าหนี้เห็นว่าลูกหนี้ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยเกินไป </p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>ลูกหนี้/เจ้าหนี้</strong> สามารถขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดี &#8220;ปรับลด&#8221; หรือ &#8220;เพิ่ม&#8221; จำนวนเงินที่ยกเว้นได้</li>



<li>หากไม่พอใจคำสั่งเจ้าพนักงานฯ ให้ <strong>ร้องคัดค้านต่อศาลได้ภายใน 15 วัน</strong> นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ทรัพย์สินที่ห้ามอายัด ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 302</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">“ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(1) เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ ส่วนเงินรายได้เป็นคราว ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพนั้น ให้มีจำนวนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(2) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ และเงินสงเคราะห์ บำนาญ หรือบำเหน็จที่หน่วยราชการได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; (3) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน (2) ที่นายจ้างหรือบุคคลอื่นใดได้จ่ายให้แก่บุคคลเหล่านั้น หรือคู่สมรส หรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร</p>



<p class="wp-block-paragraph">              (4) บำเหน็จหรือค่าชดเชยหรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของบุคคลตาม (3) เป็นจำนวนไม่เกินสามแสนบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร</p>



<p class="wp-block-paragraph">              (5) เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่นเป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินตาม (1) (3) และ (4) ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคำนึงถึงฐานะในทางครอบครัวของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและจำนวนบุพการีและผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วย และสำหรับในกรณีตาม (1) และ (3) ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดให้ไม่น้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้นและไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีไม่เห็นด้วยกับจำนวนเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด บุคคลดังกล่าวอาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการกำหนดจำนวนเงินเช่นว่านั้น เพื่อขอให้ศาลกำหนดจำนวนเงินใหม่ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในกรณีที่พฤติการณ์แห่งการดำรงชีพของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้เปลี่ยนแปลงไป บุคคลตามวรรคสามจะยื่นคำร้องให้ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดี แล้วแต่กรณี กำหนดจำนวนเงินตาม (1) และ (3) ใหม่ก็ได้ ”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สรุปสิทธิเรียกร้องที่เป็นเงินของลูกหนี้ที่ “ห้ามอายัด”</strong>  กฎหมายคุ้มครองลูกหนี้บางส่วนเพื่อการดำรงชีพไม่ให้ลูกหนี้ลำบากจนเกินไปตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 302  ดังนี้ </p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เบี้ยเลี้ยง/เงินยกให้เพื่อเลี้ยงชีพ:</strong> เงินที่บุคคลอื่นยกให้เพื่อให้ลูกหนี้ไว้ใช้กินอยู่ <strong>ห้ามอายัดในส่วนที่ไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน</strong></li>



<li><strong>รายได้ข้าราชการ/ลูกจ้างรัฐ:</strong> เงินเดือน ค่าจ้าง บำเหน็จ บำนาญ ของข้าราชการหรือพนักงานรัฐ <strong>ห้ามอายัดเด็ดขาด (100%)</strong></li>



<li><strong>เงินเดือนพนักงานเอกชน&nbsp;</strong>
<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เงินเดือน:</strong> ห้ามอายัดในส่วนที่ <strong>ไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน</strong> (ถ้าเงินเดือน 30,000 จะอายัดได้แค่ 10,000 บาท)</li>



<li><strong>บำเหน็จ/ค่าชดเชย:</strong> ห้ามอายัดในส่วนที่ <strong>ไม่เกิน 300,000 บาท</strong></li>
</ul>
</li>



<li><strong>เงินฌาปนกิจสงเคราะห์:</strong> เงินที่ได้จากการตายของคนอื่น เพื่อนำมาจัดงานศพตามฐานะ <strong>ห้ามอายัด</strong></li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ขั้นตอนการบังคับคดีหลังศาลมีคำพิพากษา</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ขั้นตอนที่ 1: ศาลมีคำพิพากษาและออก &#8220;คำบังคับ&#8221;</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>รายละเอียด:</strong> เมื่อศาลตัดสินแล้ว ศาลจะออก &#8220;คำบังคับ&#8221; เพื่อสั่งให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามคำพิพากษา (เช่น ให้จ่ายเงินภายใน 15 หรือ 30 วัน)</li>



<li><strong>จุดสำคัญ:</strong> ต้องมีการส่งคำบังคับให้ลูกหนี้ทราบอย่างเป็นทางการ (ถ้าลูกหนี้อยู่ฟังคำพิพากษา ระยะเวลาจะเริ่มนับทันที)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ขั้นตอนที่ 2: ขอออก &#8220;หมายบังคับคดี&#8221; (หมายตั้งเจ้าพนักงาน)</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>รายละเอียด:</strong> หากพ้นกำหนดเวลาในคำบังคับแล้วลูกหนี้ยังเฉย ทนายต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ <strong>&#8220;ออกหมายบังคับคดี&#8221;</strong></li>



<li><strong>ผลลัพธ์:</strong> หมายนี้จะเป็นเอกสารที่แต่งตั้งให้ &#8220;เจ้าพนักงานบังคับคดี&#8221; (กรมบังคับคดี) มีอำนาจจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ขั้นตอนที่ 3: การสืบทรัพย์ (หน้าที่เจ้าหนี้)</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>รายละเอียด:</strong> เจ้าหนี้ต้องไปสืบหาว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินอะไรบ้าง (ที่ดิน, บ้าน, เงินฝาก, รถยนต์, หุ้น)</li>



<li><strong>จุดสำคัญ:</strong> หมายบังคับคดีในขั้นตอนที่ 2 จะถูกนำมาใช้เป็นเอกสารอ้างอิงเพื่อขอคัดถ่ายข้อมูลจากหน่วยงานราชการต่างๆ เช่น สำนักงานที่ดิน หรือกรมการขนส่งทางบก</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ขั้นตอนที่ 4: การตั้งเรื่องยึด หรือ อายัดทรัพย์</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>รายละเอียด:</strong> เมื่อเจอทรัพย์แล้ว ทนายจะนำรายละเอียดทรัพย์นั้นไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี
<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ยึด:</strong> ใช้กับทรัพย์ที่มีรูปร่าง เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์</li>



<li><strong>อายัด:</strong> ใช้กับสิทธิเรียกร้อง เช่น เงินในบัญชีธนาคาร, เงินเดือน, เงินปันผล</li>
</ul>
</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ขั้นตอนที่ 5: การขายทอดตลาด (กรณีการยึด)</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>รายละเอียด:</strong> หากเป็นทรัพย์สินที่ยึดมา (เช่น ที่ดิน) เจ้าพนักงานบังคับคดีจะประกาศขายทอดตลาด เพื่อนำเงินที่ได้มาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้</li>



<li><strong>กรณีอายัดเงิน:</strong> หากอายัดเงินในบัญชีหรือเงินเดือน ธนาคารหรือนายจ้างจะส่งเงินตรงมายังกรมบังคับคดีเพื่อจ่ายให้เจ้าหนี้ (ไม่ต้องขายทอดตลาด)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&#8220;ข้อควรระวัง&#8221;</strong> ลงไปในบทความว่า &#8220;การสืบทรัพย์ต้องรีบทำตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะหากลูกหนี้รู้ตัวและเริ่มโอนทรัพย์สินหนี้ (เช่น โอนที่ดินให้ญาติ) แม้จะฟ้องฐานโกงเจ้าหนี้ได้ แต่กระบวนการจะซับซ้อนและเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกมาก&#8221;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ขั้นตอนการยึดและอายัดทรัพย์สิน</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพบทรัพย์สินแล้ว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องนำรายละเอียดไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อดำเนินการ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>การยึด</strong> ทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้ เพื่อนำออกขายทอดตลาด&nbsp;</li>



<li><strong>การอายัด</strong> เป็นการบังคับเอากับสิทธิเรียกร้องที่เป็นเงินของลูกหนี้&nbsp; เช่น เงินในบัญชีธนาคาร หรืออายัดเงินเดือน&nbsp; โดยการสั่งให้บุคคลภายนอกมีให้ชำระหนี้แก่ลูกหนี้แต่ให้ชำระแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีแทนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องเตรียมข้อมูลเพื่อ <strong>ตั้งเรื่องยึด/อายัด&#8221;</strong> ที่กรมบังคับคดี ดังต่อไปนี้<br><strong>ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง</strong><strong> </strong>ให้จัดเตรียมเอกสารดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>&nbsp;ต้นฉบับโฉนดที่ดิน&nbsp; สัญญาจำนอง(ถ้ามี) ถ้าเป็นสำเนาต้องเป็นสำเนาที่เป็นปัจจุบันซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับถึงวันยึด</li>



<li>สำเนาทะเบียน (ทร. 14/1) บ้านของลูกหนี้&nbsp; ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมถ้ามีคู่สมรสของลูกหนี้(ถ้ามี)&nbsp; ทายาทของลูกหนี้ผู้ตาย(ถ้ามี)&nbsp; ซึ่งนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับถึงวันยึด</li>



<li>หลักฐานการเปลี่ยนชื่อสกุลของเจ้าหนี้&nbsp; ลูกหนี้&nbsp; ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม (ถ้ามี)&nbsp;&nbsp;</li>



<li>แผนที่การเดินทางไปที่ตั้งทรัพย์ที่ยึด</li>



<li>ภาพถ่ายปัจจุบันของทรัพย์ที่จะยึด&nbsp; และแผนผังของทรัพย์ที่จะยึดโดยระบุขนาดกว้างและยาว</li>



<li>ราคาประเมินที่ดินซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับถึงวันยึด</li>



<li>เอกสารอื่นๆ&nbsp; เช่น&nbsp; สำเนาคำฟ้อง&nbsp; สำเนาคำพิพากษา&nbsp; สำเนาบัญชีค่าฤชาธรรมเนียม</li>



<li>เขียนคำขอยึดทรัพย์ ณ ที่ทำการตามแบบพิมพ์ที่กำหนดและวางเงินค่าใช้จ่ายสำนวนละ 2,500 บาท</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ยึดห้องชุด </strong>ให้จัดเตรียมเอกสารดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>&nbsp;ต้นฉบับหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด&nbsp; สัญญาจำนอง (ถ้ามี)&nbsp; ถ้าเป็นสำเนาต้องเป็นสำเนาที่เป็นปัจจุบันซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับถึงวันยึด</li>



<li>สำเนาทะเบียนบ้าน(ทร.14/1) ของลูกหนี้&nbsp; ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม&nbsp; (ถ้ามี)&nbsp; คู่สมรสของลูกหนี้&nbsp; (ถ้ามี) ทายาทของลูกหนี้ผู้ตาย (ถ้ามี) ซึ่งนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับถึงวันยึด</li>



<li>หลักฐานการเปลี่ยนชื่อและสกุลของเจ้าหนี้&nbsp; ลูกหนี้&nbsp; ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม (ถ้ามี)</li>



<li>แผนที่การเดินทางไปที่ตั้งทรัพย์ที่ยึด</li>



<li>ภาพถ่ายปัจจุบันของทรัพย์ที่จะยึด และแผนผังของทรัพย์ที่จะยึดโดยระบุขนาดกว้างและยาว</li>



<li>หนังสือรับรองนิติบุคคลอาคารชุดที่เป็นปัจจุบันซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับถึงวันยึด</li>



<li>ราคาประเมินห้องชุดซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับถึงวันยึด</li>



<li>เอกสารอื่นๆ&nbsp; เช่น&nbsp; สำเนาคำฟ้อง&nbsp; สำเนาคำพิพากษา&nbsp; สำเนาบัญชีค่าฤชาธรรมเนียม</li>



<li>เขียนคำขอยึดทรัพย์ ณ ที่ทำการตามแบบพิมพ์ที่กำหนดและวางเงินค่าใช้จ่ายสำนวนละ 2,500 บาท</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อายัดสิทธิเรียกร้อง </strong>ให้จัดเตรียมเอกสารดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>หลักฐานแห่งสิทธิเรียกร้อง หรือสำเนาเอกสารที่มีข้อความระบุถึงความมีอยู่ของเงินนั้น</li>



<li>สำเนาทะเบียนบ้าน (ทร.14/1) หรือสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลของลูกหนี้ และบุคคลภายนอกผู้รับคำสั่งอายัด ซึ่งนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับถึงวันขออายัด</li>



<li>เขียนคำร้องขออายัดสิทธิเรียกร้องตามแบบพิมพ์ที่กำหนดและวางเงินค่าใช้จ่ายสำนวนละ 1,500 บาท&nbsp;</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ระยะเวลาในการบังคับคดี</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;<strong>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274&nbsp; “</strong>ถ้าคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดีหรือบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ชำระหนี้ (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา) มิได้ปฏิบัติตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทั้งหมดหรือบางส่วน คู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีหรือบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ได้รับชำระหนี้ (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) ชอบที่จะร้องขอให้มีการบังคับคดีโดยวิธียึดทรัพย์สิน อายัดสิทธิเรียกร้อง หรือบังคับคดีโดยวิธีอื่นตามบทบัญญัติแห่งภาคนี้<strong>ภายในสิบปี</strong>นับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง และถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องใดไว้ หรือได้ดำเนินการบังคับคดีโดยวิธีอื่นไว้บางส่วนแล้วภายในระยะเวลาดังกล่าว ก็ให้ดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้อง หรือบังคับคดีโดยวิธีอื่นนั้นต่อไปจนแล้วเสร็จได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">               ถ้าคำพิพากษาหรือคำสั่ง<strong>กำหนดให้ชำระหนี้เป็นงวด เป็นรายเดือน หรือเป็นรายปี</strong> หรือกำหนดให้ชำระหนี้อย่างใดในอนาคต ให้นับระยะเวลาสิบปีตามวรรคหนึ่งตั้งแต่วันที่หนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นอาจบังคับให้ชำระได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ถ้าสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นการให้ชำระเงิน ส่งคืนหรือส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง บุคคลซึ่งได้รับโอนหรือรับช่วงสิทธิตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นมีอำนาจบังคับคดีตามความในหมวด 2 การบังคับคดีในกรณีที่เป็นหนี้เงิน หรือหมวด 3 การบังคับคดีในกรณีที่ให้ส่งคืนหรือส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง แล้วแต่กรณี โดยการร้องขอต่อศาลเพื่อเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป ”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิธีการนับเวลา 10 ปี ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 274 นั้นตะต้องเข้าองค์ประกอบ ดังนี้&nbsp;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">1.  ลูกหนี้ตามคำพิพากษา<strong>ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับทั้งหมด หรือบางส่วน</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">2. เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง คือ จะต้องมีการขอออกคำบังคับ </p>



<p class="wp-block-paragraph">3. หลักพิจารณา เรื่อง ระยะเวลาขอบังคับคดี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 274</p>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-995f960e wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow" style="flex-basis:100%">
<p class="has-text-align-left wp-block-paragraph">                 3.1 การขอบังคับคดีที่ต้องกระทำในกำหนดระยะเวลา 10 ปี  นับแต่วันที่มีคำพิพากษาในชั้นที่สุด          (ไม่ใช่เริ่มนับวันที่รู้ว่ามีทรัพย์ หรือเจอทรัพย์ ) โดยไม่จำเป็นให้คดีถึงที่สุดเสียก่อน</p>
</div>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10731/2558 </strong>เมื่อศาลมีคำพิพากษาและคำพิพากษาก่อให้เกิดหนี้ตามคำพิพากษาศาลจะต้องออกคำบังคับตามที่บัญญัติใน ป.วิ.พ. มาตรา 272 คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาโดยขาดนัดให้จำเลยทั้งสองแพ้คดี ศาลชั้นต้นไม่อาจออกคำบังคับในวันมีคำพิพากษาได้ จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอให้ออกคำบังคับ โดยส่งคำบังคับไปยังภูมิลำเนาของลูกหนี้ตามคำพิพากษา และเมื่อครบกำหนดเวลาตามคำบังคับแล้ว ลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมมีสิทธิร้องขอให้บังคับคดี หากหนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้เงิน เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลเพื่อให้ออกหมายบังคับคดี จากนั้นต้องดำเนินการให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดีและแถลงให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดี เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องดำเนินการทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาโดยอาศัยตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษานั้นตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม ปัจจุบันคือมาตรา 274) บัญญัติระยะเวลาที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องปฏิบัติในการร้องขอให้บังคับคดีไว้ โดยหาได้บัญญัติให้ต้องเริ่มนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุดไม่ ซึ่งสอดคล้องกับบทบัญญัติใน ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง และมาตรา 231 วรรคหนึ่ง ที่ระบุให้คำพิพากษาผูกพันคู่ความนับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษาถูกเปลี่ยนแปลง กลับหรืองดเสีย ถ้าหากมี และแม้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็มีสิทธิขอให้บังคับคดี เว้นแต่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับและได้รับอนุญาตจากศาล ในกรณีนี้ระยะเวลาบังคับคดีภายในสิบปีต้องเริ่มแต่วันมีคำพิพากษาของศาลชั้นที่สุดในคดีนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาโดยจำเลยขาดนัดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2543 ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ วันสุดท้ายที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนในการขอให้บังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา คือวันที่ 3 เมษายน 2553 ปรากฏว่า ผู้เข้าสวมสิทธิเพิ่งยื่นคำแถลงขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแก่จำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2555 ล่วงพ้นระยะเวลาสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งไม่อาจร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองได้แล้ว จึงหามีเหตุให้ศาลชั้นต้นต้องออกคำบังคับแก่จำเลยทั้งสองไม่ เพราะระยะเวลาสิบปีในการร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาจะต้องเริ่มนับแต่วันมีคำพิพากษาของศาลชั้นที่สุด มิใช่จะต้องเริ่มนับแต่คดีถึงที่สุด (ฎ.1951/2566 วินิจฉัยทำนองเดียวกัน)</p>



<p class="wp-block-paragraph">           3.2  การขอบังคับคดีตามคำพิพากษาภายในระยะเวลา 10 ปีนับตั้งแต่วันที่หนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นอาจบังคับชำระหนี้ได้ ตามมาตรา 274 วรรค 2 ซึ่งเป็นกรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งกำหนดให้ชำระหนี้เป็นงวด เป็นรายเดือนหรือรายปี หรือกำหนดชำระหนี้อย่างใดในอนาคต <strong>กล่าวคือ</strong>  กรณีชำระหนี้เป็นงวด (รายเดือน/รายปี) ให้นับ 10 ปี แยกแต่ละงวด ตั้งแต่วันที่งวดนั้นๆ &#8220;ถึงกำหนดชำระ&#8221; แต่ลูกหนี้ไม่จ่าย</p>



<p class="wp-block-paragraph">           3.3 เวลาในการบังคับคดี ไม่ใช่อายุความ ย่อ ขยายได้   เวลา10 ปี ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.แพ่ง มาตรา 274 เป็นระยะเวลาตามวิธีพิจารณาความแพ่งไม่ใช่อายุดังนั้นจึงไม่มีการสะดุดหยุดลง (ฎ.5829/2548)  ไม่มีการสละประโยชน์แห่งอายุความ (ฎ. 5323/2542) และศาลมีอำนาจย่น / ขยายระยะเวลาในการบังคับคดีได้ (ฎ.5091/2552,3077- 3078/2550, 1785/2566) </p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5091/2552 </strong>โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินจำนองที่พิพาทของจำเลยเพื่อบังคับคดี ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้องและให้จำเลยมีชื่อในทะเบียนที่ดินแทน และผู้ร้องฟ้องจำเลยให้โอนที่ดินคืนผู้ร้อง ศาลมีคำสั่งให้เลื่อนการพิจารณาคดีร้องขัดทรัพย์เพื่อรอฟังผลคดีที่ผู้ร้องฟ้องจำเลย ซึ่งคู่ความไม่ได้โต้แย้งคำสั่ง คำสั่งของศาลย่อมเป็นที่สุด ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยเพิ่มเติม เจ้าพนักงานบังคับคดียกคำขออ้างว่าโจทก์ขอยึดพ้นกำหนดระยะเวลา 10 ปี นับแต่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ไม่อาจบังคับคดีได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 โจทก์จึงยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีและให้โจทก์บังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยต่อไป ศาลชั้นต้นยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์เพียงว่าโจทก์มีสิทธิร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยเพิ่มเติมได้หรือไม่ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้อง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินพิพาทต่อไปเป็นการไม่ชอบ เพราะเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นที่โจทก์อุทธรณ์ ทั้งเป็นการผิดขั้นตอนของการวินิจฉัยที่ต้องเป็นไปตามลำดับชั้นศาล เนื่องจากคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องยังมิได้ผ่านการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีจากศาลชั้นต้นแต่อย่างใด<br>ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่จำเลยตกลงชำระหนี้แก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาด หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นบังคับชำระหนี้ คำพิพากษากำหนดขั้นตอนการบังคับคดีโดยมีลำดับก่อนหลังไว้ชัดแจ้งโดยต้องบังคับจำนองก่อน เมื่อได้เงินไม่พอชำระหนี้จึงจะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยต่อไป ตราบใดที่ยังไม่มีการบังคับคดีแก่ทรัพย์จำนอง โจทก์ก็ย่อมไม่อาจขอให้บังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยเพิ่มเติมได้ เพราะเป็นการบังคับคดีเกินกว่าข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอม<br>การร้องขอให้บังคับคดีต้องกระทำภายใน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 ซึ่งศาลมีอำนาจที่จะออกคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำเป็นต้องร้องขอตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23<br>เมื่อการบังคับทรัพย์จำนองไม่อาจกระทำได้เนื่องจากผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์จนศาลมีคำสั่งให้รอการพิจารณาคดีร้องขัดทรัพย์ไว้ก่อน ทำให้โจทก์ไม่อาจใช้สิทธิบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยภายในกำหนดของจำเลยภายในกำหนด 10 ปี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 กรณีย่อมถือได้ว่าเป็นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ดังนั้น หากมีการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองภายหลังการยึดทรัพย์จำนองเกิน 10 ปี แล้วขายได้เงินไม่พอชำระหนี้ และโจทก์ขอบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนดในคำพิพากษาตามยอม ศาลย่อมมีอำนาจขยายระยะเวลาการบังคับคดีให้แก่โจทก์ โดยโจทก์จะยื่นคำขอหรือไม่ก็ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. ในคำขอฝ่ายเดียวต้องระบุหนี้ตามคำพิพากษาที่ลูกหนี้ยังไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ และวิธีการขอให้ศาลบังคับคดี (เป็นคำขอฝ่ายเดียวอย่างเคร่งครัด)</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. หากยื่นเรื่องยึด อายัด ไว้แล้ว  แม้จะเป็นวันสุดท้ายของกำหนดเวลา ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 274 แต่กระบวนการขายทอดตลาดไปเสร็จภายใน 10 ปี ก็ยังสามารถ <strong>ทำต่อไปจนแล้วเสร็จได้</strong> ไม่ถือว่าขาดอายุความ</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>สรุปขั้นตอนทางศาลที่เจ้าหนี้ต้องรู้</strong></h2>



<ol class="wp-block-list">
<li>ศาลมีคำพิพากษา/คำสั่ง&nbsp; -&gt; ออกคำบังคับ -&gt; ครบกำหนด(ไม่จ่ายทั้งหมด/บางส่วน)&nbsp; -&gt; <strong>ขอออกหมายบังคับคดีทันที</strong></li>



<li>ภายใน 10 ปี เร่งสืบทรัพย์ (ที่ดิน, เงินเดือน, บัญชีธนาคาร) โดยใช้สำเนาหมายบังคับคดี&nbsp; -&gt; หากเจอทรัพย์ ต้องไป <strong>&#8220;ตั้งเรื่องยึด/อายัด&#8221;</strong> ที่กรมบังคับคดีทันที</li>
</ol>



<div class="wp-block-buttons alignwide is-content-justification-center is-layout-flex wp-container-core-buttons-is-layout-fe0a7de2 wp-block-buttons-is-layout-flex">
<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-palette-color-8-color has-palette-color-2-background-color has-text-color has-background has-link-color has-border-color has-palette-color-1-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/" style="border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หน้าแรก</a></div>



<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-background has-border-color has-pale-pink-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/contact-us/" style="border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;background-color:#df181d;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ติดต่อเรา</a></div>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tanyaounjai.com/execute-a-case/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ติดต่อราชการ</title>
		<link>https://tanyaounjai.com/contact-the-government/</link>
					<comments>https://tanyaounjai.com/contact-the-government/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นพภัสสร ทนายอุ่นใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 02:00:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://tanyaounjai.com/?p=562</guid>

					<description><![CDATA[การติดต่อราชการเป็นเรื่องที่ประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญ ไม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">การติดต่อราชการเป็นเรื่องที่ประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสาร สิทธิ หน้าที่ หรือการดำเนินการทางกฎหมาย บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจว่า <strong>อะไรคืองานราชการ งานใดต้องทำด้วยตนเอง งานใดสามารถมอบอำนาจได้ และต้องเตรียมตัวอย่างไร</strong> เพื่อช่วยลดความเสี่ยง ความผิดพลาด ความยุ่งยาก และประหยัดเวลาในการติดต่อหน่วยงานของรัฐ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้วยเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนเลือก “มอบอำนาจ” แทนการไปติดต่อราชการด้วยตนเอง ได้แก่ <strong>การใช้เวลานาน</strong> บางเรื่องต้องใช้เวลาทั้งวันหรือหลายวัน <strong>ขั้นตอนยุ่งยาก</strong> มีระบบและระเบียบหลายขั้น <strong>กระทบการทำงานหรือธุรกิจ</strong> โดยเฉพาะผู้บริหารหรือพนักงานประจำที่ต้องลางาน&nbsp; <strong>ไม่รู้ขั้นตอนหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ</strong> ไม่ทราบว่าต้องติดต่อใคร ใช้เอกสารอะไร&nbsp; <strong>การติดต่อหน่วยงานทำได้ยาก</strong> ทั้งทางโทรศัพท์และการประสานงานล่วงหน้า</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>งานราชการคืออะไร</strong>&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">งานราชการคืองานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็น <strong>ราชการส่วนกลาง</strong> เช่น กระทรวง ทบวง กรม <strong>ราชการส่วนภูมิภาค</strong> เช่น จังหวัด อำเภอ&nbsp; <strong>ราชการส่วนท้องถิ่น</strong> เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งแต่ละหน่วยงานของรัฐจะมีรูปแบบ และเงื่อนไข และขั้นตอน หลักเกณฑ์การการติดต่อที่แตกต่างกันทั้งนี้เป็นตามกฎหมายกำหนด ในการติดต่องานราชการจึงครอบคลุมตั้งแต่การขออนุญาต การยื่นคำร้อง การขอเอกสาร ไปจนถึงการดำเนินการทางกฎหมายกับหน่วยงานรัฐต่าง ๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>งานราชการประเภทใด “ต้องทำด้วยตนเอง”&nbsp;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">งานราชการบางประเภทเป็น <strong>เรื่องเฉพาะตัว </strong>กฎหมายกำหนดให้เจ้าของเรื่องต้องไปดำเนินการด้วยตนเอง ไม่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทนได้ เช่น การทำบัตรประจำตัวประชาชน การจดทะเบียนสมรส การจดทะเบียนหย่า การรับรองตัวบุคคลในบางกรณี งานเหล่านี้เกี่ยวข้องกับสถานะและสิทธิส่วนบุคคลโดยตรง จึงต้องให้เจ้าตัวไปแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>งานราชการใดสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้&nbsp;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">หากไม่ใช่เรื่องเฉพาะตัว บุคคลสามารถ <strong>มอบอำนาจให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทนได้</strong> เช่น การยื่นเอกสาร&nbsp; การขอคัดสำเนาเอกสารราชการ&nbsp; การติดต่อประสานงานหน่วยงานรัฐ&nbsp; การดำเนินการด้านที่ดิน การจดทะเบียนนิติกรรมบางประเภท&nbsp; การติดต่อราชการแทนบริษัทหรือองค์กร&nbsp; การมอบอำนาจช่วยลดภาระเวลา และทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ขั้นตอนการมอบอำนาจให้ถูกต้อง</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. เตรียมเอกสารส่วนตัว </strong>สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ และ ผู้รับมอบอำนาจ เพื่อร่างหนังสือมอบอำนาจ </p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. การร่างหนังสือมอบอำนาจ </strong>โดยทั่วไปการจัดทำหนังสือมอบอำนาจ สามารถสรุปองค์ประกอบสำคัญได้ดังนี้&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ระบุข้อความบนหัวกระดาษว่า<strong> “หนังสือมอบอำนาจ”</strong>&nbsp;</li>



<li>ระบุ <strong>สถานที่</strong> ที่จัดทำหนังสือมอบอำนาจ&nbsp;</li>



<li>ระบุ<strong> วันที่</strong> จัดทำหนังสือมอบอำนาจ</li>



<li>ระบุ<strong>ชื่อ–นามสกุล และที่อยู่ของผู้มอบอำนาจ</strong> และ <strong>ผู้รับมอบอำนาจ</strong> ให้ครบถ้วน</li>



<li>ระบุ <strong>กิจการหรือการกระทำที่ประสงค์จะมอบอำนาจ</strong> อย่างชัดเจน</li>



<li>ระบุข้อความว่า <strong>กิจการใดที่ผู้รับมอบอำนาจได้กระทำไปตามหนังสือมอบอำนาจนี้ ให้ถือเสมือนว่าผู้มอบอำนาจได้กระทำด้วยตนเองทุกประการ</strong></li>



<li>ลงลายมือชื่อ<strong> ผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ และพยาน</strong> ให้ครบถ้วน</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หมายเหตุ </strong>บางหน่วยงานราชการอาจกำหนด แบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจเป็นการเฉพาะ ควรตรวจสอบก่อนใช้งาน เช่นกรมที่ดิน และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ </p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>4. ติดอากรแสตมป์ </strong>ให้ถูกต้องตามกฎหมายประมวลรัษฎากร บัญชีอัตราอากรแสตมป์ แนบท้าย ประมวลรัษฎากร ตราสารมอบอำนาจซึ่งบุคคลหนึ่งมอบอำนาจให้บุคคลอีกคนหนึ่งกระทำการแทนกำหนดให้ต้องเสียอากรแสตมป์ ดังนี้ มอบอำนาจดำเนินการเฉพาะเรื่องต้องติดอากรแสตมป์ จำนวน 10 บาท หรือมอบอำนาจให้ดำเนินการหลายเรื่อง หรือทั่วไป แทนผู้มอบ ต้องติดอากรแสตมป์ จำนวน 30 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">5.<strong>เอกสารที่ใช้ประกอบในชุดหนังสือมอบอำนาจ</strong> ต้องมีสำเนาบัตรประชาชน ของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง  </p>



<p class="wp-block-paragraph">6. เอกสาร หลักฐาน ประกอบ ในเรื่องที่ต้องการติดต่อหน่วยงานราชการในเรื่องนั้น  เนื่องจากเอกสารที่ต้องใช้ในแต่ละหน่วยงาน แต่ละเรื่องที่ติดต่อนั้นการใช้เอกสารอาจมีความแตกต่างกัน (ทนายความจะเป็นคนแจ้งให้กับท่านทราบว่าเอกสารต้องการหลักฐานอะไรบ้าง) <br></p>



<h2 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>ตัวอย่างการเขียนหนังสือมอบอำนาจ</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>รูปแบบหนังสือมอบอำนาจ</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบข้อ13-ติดต่อหย่วยงานราชการ-1-724x1024.png" alt="หนังสือมอบอำนาจ" class="wp-image-563" srcset="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบข้อ13-ติดต่อหย่วยงานราชการ-1-724x1024.png 724w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบข้อ13-ติดต่อหย่วยงานราชการ-1-212x300.png 212w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบข้อ13-ติดต่อหย่วยงานราชการ-1-768x1086.png 768w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบข้อ13-ติดต่อหย่วยงานราชการ-1-1086x1536.png 1086w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบข้อ13-ติดต่อหย่วยงานราชการ-1-1448x2048.png 1448w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบข้อ13-ติดต่อหย่วยงานราชการ-1.png 1587w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจ</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1587" height="2245" src="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-13-ติดต่อหน่วยงานราชการ-2-1.png" alt="" class="wp-image-564" srcset="https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-13-ติดต่อหน่วยงานราชการ-2-1.png 1587w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-13-ติดต่อหน่วยงานราชการ-2-1-212x300.png 212w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-13-ติดต่อหน่วยงานราชการ-2-1-724x1024.png 724w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-13-ติดต่อหน่วยงานราชการ-2-1-768x1086.png 768w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-13-ติดต่อหน่วยงานราชการ-2-1-1086x1536.png 1086w, https://tanyaounjai.com/wp-content/uploads/2026/01/ประกอบหัวข้อ-13-ติดต่อหน่วยงานราชการ-2-1-1448x2048.png 1448w" sizes="(max-width: 1587px) 100vw, 1587px" /></figure>



<div class="wp-block-buttons is-content-justification-center is-layout-flex wp-container-core-buttons-is-layout-fe0a7de2 wp-block-buttons-is-layout-flex">
<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-palette-color-2-background-color has-background has-border-color has-palette-color-1-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/" style="border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หน้าแรก </a></div>



<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link has-background has-border-color has-pale-pink-border-color has-medium-font-size has-custom-font-size wp-element-button" href="https://tanyaounjai.com/contact-us/" style="border-width:5px;border-top-left-radius:20px;border-top-right-radius:20px;border-bottom-left-radius:20px;border-bottom-right-radius:20px;background-color:#df181d;padding-top:10px;padding-right:50px;padding-bottom:10px;padding-left:50px" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ติดต่อเรา</a></div>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://tanyaounjai.com/contact-the-government/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
